แม่ช้าง และลูกๆช้าง
ลูกช้างกำลังสนุก
ลูกช้างกับเพื่อนใหม่
ลูกช้างกำลังลองสิ่งใหม่
Slider

เปิดคลิปน่าเอ็นดู “ช้างป่า” บุกสวนชาวบ้าน มาทุกครั้งต้องแวะเล่นผ้าห่ม ดูแล้วโกรธไม่ลง

นี่คือคลิปภาพวิดีโอที่ช้างป่ากำลังเล่นกับผ้าห่ม โดยใช้งวงเหวี่ยงมาห่มให้ตัวเองอยู่หลายรอบก่อนจะเดินหากินต้นกล้วยและต้นมะละกอของชาวบ้านจนราบเป็นหน้ากลอง ก่อนจะเดินเข้าป่าจากไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

(29 ธ.ค.62) ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 475 หมู่ 1 ตำบลคลองพลู อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี พบเป็นร้านขายของชำข้างถนนได้พบกับนายคเชนทร์ สอนศรี เจ้าของบ้านจึงได้พาไปชี้จุดที่ช้างมาเดินกินป่ากล้วยและต้นมะละกอที่ปลูกไว้เสียหายเกือบทั้งหมดและพาไปดูผ้าห่มตัวโปรดของช้างป่าตัวนี้ที่มากี่ทีต้องมาเล่นกับผ้าห่มทุกครั้ง

สอบถามนายคเชนทร์ เล่าว่าเมื่อกลางดึกแทบทุกคืนเวลาประมาณ 01.00- 03.00 น.ช้างป่าตัวนี้จะมาเล่นน้ำอยู่ตีนเขา และเดินออกหากินตามพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านอยู่ประจำแต่ก็ไม่เคยทำร้ายใคร เพียงแต่มาหาอาหารกินเท่านั้นพอกินเสร็จก็เดินจากไปช่วงนี้ช้างตัวนี้ก็ได้มาที่บ้านทุกวัน เพราะเขารู้ว่ามีอาหารกินพอกินเสร็จก่อนไปจะแวะมาเล่นกับผ้าห่มทุกครั้งไม่รู้ว่าทำไม ตนก็ได้แต่มองดูแล้วถ่ายคลิป เพราะว่าดูน่ารักดี ตนก็ไม่เคยเห็นช้างป่าที่ดูเชื่องแบบนี้ เหมือนเขาขอบคุณก่อนจากลาทุกครั้ง แต่ตนก็ไม่เคยทำอะไร ได้แต่มองดูห่างๆ เพราะกลัวอันตรายเช่นกัน

ส่วนการรับมือกับช้างป่าของชาวบ้านก็คงไม่ต้องทำอะไรมากแค่เฝ้าดูให้เขากินจนอิ่ม เขาก็จะไปเองโดยไม่ต้องไล่เลย

สาวใหญ่ให้อาหารปลาในวัด ช้างป่าภูหลวงลงมาเจอ วิ่งไล่เหยียบ ดับสลด

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 ธ.ค.62 ร.ต.อ.นพพร อันทระ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ภูหลวง จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุช้างป่าภูหลวงเหยียบชาวบ้านตาย ที่ สระน้ำวัดป่าศรีภูมิบรรพต ท้ายหมู่บ้านสวนป่า ประมาณ 2 กม. ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย เมื่อรับแจ้งประสานไปยังแพทย์ รพ.ภูหลวง สมาคมร่วมใจกู้ภัยเมืองเลย เดินทางไปชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเทา สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว ไม่สวมรองเท้า ชื่อ นางละคร ขวัญแจ่ม อายุ 50 ปี ชาวบ้านสวนปอ ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย แพทย์ตรวจร่างกายพบบาดแผลถูกเหยียบที่ลำตัว ใบหน้า และศีรษะจนเสียชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมาให้อาหารปลาที่สระน้ำภายในวัดป่าศรีภูมิบรรพต จู่ๆ มีช้างจากภูหลวงลงมาเห็นวิ่งเข้าใส่ผู้ตาย ผู้ตายพยายามวิ่งหนีแต่ไม่พ้น ถูกช้างป่าชนจนล้ม จากนั้นช้างป่าได้กระทืบเหยียบจนเสียชีวิต จากนั้นช้างป่าก็กลับเข้าป่าไป จนมีคนมาเห็นรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตมอบร่างให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

สยอง! อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นอนเฝ้านา ถูกช้างป่ากระทืบฉีกร่าง ชิ้นส่วนกระจายทั่ว

ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์ศรีดี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านบ้านคลองหิน หมู่ 4 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง ว่ามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลโนนดินแดง และหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมประจำ จุด อ.โนนดินแดงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณป่าด้านทิศตะวันออก บ้านคลองหิน ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง พบเศษชิ้นส่วนร่างมนุษย์ทั้งลำตัว แขน ขา และศีรษะ กระจัดกระจายทั่วบริเวณ ทั้งยังพบชิ้นส่วนเสื้อผ้าของผู้ตายที่ขาดกระจายทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันเก็บชิ้นส่วนมารวมกัน ทราบในเวลาต่อมาว่าผู้เสียชีวิตคือ นายลำดวน ดวงเดือน อายุ 72 ปี เคยเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านคลองหิน และเป็นชุดผลักดันช้างป่าประจำหมู่บ้านด้วย

นายวิวัฒน์ งามขำ อายุ 35 ปี ชาวบ้านที่เป็นผู้พบศพคนแรกเล่าว่า ขณะออกมาขุดจิ้งหรีดบริเวณจุดเกิดเหตุ หันไปเห็นผ้าขาวม้าจึงหยิบขึ้นมาดูพบว่ามีรอยเลือด จึงเดินไปดูบริเวณโดยรอบ ก็พบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์กระจายทั่วบริเวณเป็นที่น่าสยดสยองอย่างมาก ซึ่งจากสภาพคาดว่าน่าจะถูกช้างป่าเหยียบและฉีกร่างจนขาดออกจากกัน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบด้านนายอุทัย ดวงเดือน อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ลูกชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พ่อจะชอบออกมานอนเฝ้านาข้าวเพราะกลัวจะถูกช้างป่าทำลายเสียหาย โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้ว ที่ผ่านมาตนก็จะเตือนพ่อบ่อยครั้งว่าไม่ให้ออกนอนเฝ้านาข้าวตอนกลางคืน เพราะกลัวจะเป็นอันตราย ไม่คิดว่าพ่อจะมาถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตแบบนี้

ขณะที่นายสมส่วน รักษาสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันมีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียหายแล้ว 11 ราย ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังและคอยผลักดันช้างป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการติดป้ายเตือนเขตอันตรายห้ามเข้า แต่พื้นที่ป่าค่อนข้างกว้างและปริมาณช้างป่ามีเป็นจำนวนมากประมาณ 120 ตัว ก็อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตามก็ได้ขอความร่วมมือผู้นำชุมชนช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชาวบ้านในอีกทางหนึ่งด้วย

พบซากช้างป่าตกเหวนรกเพิ่มอีก 2 ตัว ห่างจากจุดแรกที่ฝังกลบ 4 กม.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากที่ช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวม 13 ตัวถูกน้ำป่าพัดจนพลัดตก น้ำตกเหวนรก วันนี้ 18 ต.ค.62 นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือช้างป่าตกน้ำตกเหวนรก เปิดเผยว่า “เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามแผนป้องกันฯ โดยจัดชุดเฝ้าระวังช้างป่าบริเวณน้ำตกเหวนรกที่เสี่ยงต่ออันตราย ด้านเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ซากช้างป่าฯ ของศูนย์ช่วยเหลือฯ ยังคงเข้าดำเนินการเก็บกู้ซากช้างป่า โดยวันนี้(18 ต.ค.) การเก็บกู้ซากช้าง สามารถเข้าถึงซากที่ 4 และ 5 ด้วยความยากลำบากเนื่องจากสองข้างของลำห้วยบริเวณด้านในเป็นผาชันทั้งนี้ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนยังปฏิบัติภารกิจกันอย่างทุ่มเทเพื่อให้ภารกิจเก็บกู้ซากช้างป่าให้แล้วเสร็จ และเพื่อให้มีข้อมูลด้านระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง จึงเริ่มติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ( camera trap) บริเวณซากและจุดเก็บกู้ซาก โดยทาง ผอ.ศูนย์ฯ ได้กำชับให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความระมัดระวัง และวิธีการทำลายซากช้างป่าทั้ง 2 ตัว จะทำการเผาเพื่อทำลายซาก ไม่ให้มีผลกระทบมลภาวะทางน้ำใต้เขื่อนขุนด่านปราการชลต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับซากช้างป่าที่พบล่าสุด 2 ตัว อยู่ในน้ำตกชั้นที่ 5 แต่เลยเหนือขึ้นไปจากจุดที่พบก่อนหน้ารวม 3 ตัว ที่ทีมชุดเก็บกู้ซากช้างป่าได้ชำแหละพร้อมทำการฝังกลบที่ริมคลองต้นไทร การเดินทางระยะไกลกว่า 4 กม. ต้องเข้าป่าดงดิบ พร้อมปีนป่ายหน้าผาลาดชัน และพื้นที่ในน้ำตกเหวนรกที่จำกัด น้ำไหลแรงเชี่ยวกราก โดยเฉพาะการเสี่ยงภัยต่อน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมีฝนตกในภูเขาเกือบทุกวันและทางปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ด่านปากช่อง จ.นครราชสีมา

โซเชียลเอ็นดู “พี่บุญช่วย” ช้างป่าโดนเอ็ดแต่เช้า เดินเตร่ริมถนนแก่งกระจาน

พี่บุญช่วย ช้างป่าแก่งกระจาน ออกมาโชว์ตัวริมถนนตัดอุทยานฯ ทำสภาพจราจรต้องหยุดชะลอ เจ้าหน้าที่ฯ รีบบึ่งเข้าไปเคลียร์ พร้อมกับส่งเสียงเอ็ดตั้งแต่เช้า

(2 ธ.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นภาพช้างป่าออกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมทาง ทำให้รถที่สัญจรผ่านไปมาต้องหยุดจอดให้ช้างป่าผ่านไป กระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาช่วยส่งเสียงให้ช้างกลับเข้าไปในป่า

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ช้างป่าตัวดังกล่าวชื่อว่า “พี่บุญช่วย” ได้ปรากฏตัวออกมาเดินอยู่ริมถนนตัดผ่านอุทยานฯ ทำให้รถที่ผ่านไปมาต้องหยุดชะลอ เพื่อความปลอดภัย แต่ปรากฏว่าไม่นานนักเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็ได้รับแจ้งและรีบเดินทางมาตรวจสอบ เมื่อเห็นพี่บุญช่วยเดินอยู่ ก็ได้ส่งเสียงร้องไล่ให้ช้างกลับเข้าป่าไป โดยไม่ได้ทำอันตรายหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด

หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนตั้งชื่อคลิปให้ว่า “โดนเอ็ดแต่เช้า” พร้อมกับแอบแซวสำเนียงและน้ำเสียงของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่มีความดุดันและพลังที่ทำให้เจ้าช้างป่ากลับเข้าป่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะมีอาการอิดออดฟาดงวงฟาดงาเล็กน้อยก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็กลับสู่ปกติได้อย่างรวดเร็ว

ซิมบับเวเผชิญสภาวะภัยแล้ง ช้างป่าขาดแคลนน้ำ-อาหาร ล้มตายแล้ว 200 ตัว

ช้างป่าในอุทยานแห่งชาติของซิมบับเวและสัตว์ป่าหลายชนิดต่างได้รับผลกระทบจากสภาวะภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำและอาหารล้มตายแล้วอย่างน้อย 200 ตัว

ช้างป่าในอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของซิมบับเวล้มอย่างน้อยกว่า 200 นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำจากสภาวะแห้งแล้งเนื่องจากฝนไม่ตก

ทินาช ฟาราโว โฆษกของอุทยานแห่งชาติซิมบับเวและเจ้าหน้าที่จัดการสัตว์ป่า กล่าวว่า “นอกจากช้างป่าแล้วยังมียีราฟ ควายป่าและละมั่งแอฟริกา รวมไปถึงนกบางชนิดต่างก็เริ่มได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำเช่นกัน ซึ่งหากมีฝนตกลงมาจะช่วยให้สถานการณ์ของสัตว์ป่าดีขึ้น”

ผลกระทบของสภาวะแห้งแล้งในเขตอุทยานแห่งชาติฯ นั้นส่งผลให้สัตว์ป่าจำนวนมากต้องเข้าไปหาอาหารและน้ำดื่มจากหมู่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่กสิกรรมเกษตรของประชาชนเป็นจำนวนมาก

ทางอุทยานฯ กล่าวว่า ‘ในปีนี้มีประชาชนเสียชีวิตแล้วถึง 33 คน จากการปะทะกับสัตว์ป่าที่เข้ามาหากินในหมู่บ้าน’

สำหรับแผนการรับมือนั้น ทางอุทยานฯกล่าวว่าตอนนี้มีแผนที่จะอพยพช้างจำนวน 600 ตัว สิงโต 2 ฝูง ฝูงหมาป่า ควายป่า 50 ตัว ยีราฟ 40 ตัวและ ละมั่งแอฟริกาอีก 2,000 ตัวไปยังอุทยานฯ อื่นๆ ทางตอนเหนือของประเทศซิมบับเว

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์สัตว์ออกมาเตือนมา ให้ระวังช้างป่าอาจจะมีการล้มตายและอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำเพิ่มขึ้น หากในปีนี้ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอ

ซิมบับเวมีประชากรช้างป่ากว่า 85,000 ตัว ทั้งนี้ อยู่ในการดูแลของทางอุทยานแห่งชาติฯ เพียง 55,000 ตัวเท่านั้น

“วราวุธ” ยอมรับไม่ได้ซ่อมแนวกั้นน้ำตกเหวนรกมานานกว่า 30 ปี เร่งทำใหม่ กันช้างตกอีก

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงเหตุการณ์ช้างป่าพลัดตกน้ำตกเหวนรก ต.นาหินลาด อ.ปากพลี จ.นครนายก ตายไป 6 ตัว และมีช้างสองแม่ลูกรอดตาย 2 ตัว ว่าได้กำชับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำแนวกั้นโดยรอบบริเวณริมผาน้ำตก เพราะไม่ได้ซ่อมแซมมานานกว่า 30 ปีแล้ว และยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย

ส่วนลูกช้างและแม่ช้างที่รอดชีวิตซึ่งล่าสุดพบตัวแล้วนั้น ทางกรมอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ดูแลจนปลอดภัยแล้ว แต่การดูแลนี้เมื่อฟื้นฟูร่างกายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะยังไม่รีบปล่อยเข้าป่าเพราะต้องดูแลให้เกิดความมั่นใจว่าช้างแข็งแรงดีก่อน

ส่วนการทำแนวกั้นหรือแนวเฝ้าระวังนั้นมีการขอความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ ให้ช่วยทำและเฝ้าระวังช้างในพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์พลัดตกแบบนี้อีก อย่างไรก็ตามจะให้กำลังพลทหารเข้ามาช่วยสร้างแนวกั้นด้วย ส่วนพื้นที่ที่ช้างหากินและเดินผ่าน จะทำบ่อพักน้ำเพื่อช่วยให้ช้างสามารถกินน้ำได้ตามเส้นทางหาอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงให้ช้างไม่ต้องลงมาถึงพื้นที่น้ำตกเหวนรก ซึ่งจะเป็นอันตรายและเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียอย่างที่ผ่านมาได้

คลิปอุ่นหัวใจดังไกลทั่วโลก เมื่อช้างน้อย “ชบาแก้ว” อ้อนขอนอนตักเจ้าหน้าที่ (ชมคลิป)

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 มีลูกช้างป่าเพศเมียอายุประมาณ 2 เดือน พลัดตกลงไปในบ่อเกรอะของชาวบ้านที่จังหวัดบึงกาฬ จนได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวได้เข้าดูแล ก่อนส่งตัวไปอยู่ที่โครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ และตั้งชื่อให้ว่า “ชบาแก้ว” จนเมื่อรักษาจนแข็งแรงและพาไปปล่อยคืนสู่ฝูงเมื่อวันที่ 19 กันยายน 62 แต่ภายหลังปรากฏว่าชบาแก้ว ไม่สามารถตามฝูงทัน และมีสภาพร่างกายผอมลง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรับกลับมาดูแล

ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่คลิปความน่ารักของชบาแก้วขณะกำลังอ้อนหนุนตักพี่เลี้ยง และภายหลังคลิปดังกล่าวกลายเป็นคลิปไวรัลในต่างประเทศ หลังสื่อดังอย่าง Daily Mail และ Mirror ได้นำคลิปไปเผยแพร่ จนทำให้มีคนเข้ามาดูคลิปและแสดงความคิดเห็นชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลชบาแก้วเป็นอย่างดี พร้อมกับเอ็นดูในความน่ารักของชบาแก้วเป็นจำนวนมาก

กลับหน้าหลัก

โรคของช้าง

โรคของช้าง

แม้ว่าช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต แม้ว่าช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต แต่ก็อาจเป็นโรคได้ เช่นเดียวกับสัตว์อื่น ช้างที่ถูกกักขัง และอยู่ใกล้ชิดสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มีโอกาสติดโรคจากสัตว์เลี้ยงได้ง่าย ส่วนช้างที่ทำงานในป่า มักจะเกิดเป็นฝี และโรคผิวหนังพุพองกันมาก ฝีอาจเกิดขึ้นได้ง่ายจากการถูกหนามทิ่มตำผิวหนัง แล้วเกิดเป็นหนองบวมพองขึ้นมา ผิวหนังที่พุพองเป็นตุ่มนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากแมลงวันป่าชนิดหนึ่ง มาไข่ไว้ตามรูขนของช้าง เมื่อไข่ของแมลงวันกลายเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนจะเข้าไปอาศัยในขุมขน แล้วดูดเลือดช้างกินเป็นอาหาร ช้างที่เป็นโรคนี้ จะสังเกตเห็นผิวหนังเป็นตุ่มมีหนอง เมื่อแกะตุ่มออก จะพบตัวหนอนกลมๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวฝังตัวอยู่ เมื่อตัวหนอนแก่ ก็จะกลายเป็นแมลงวันป่ามารบกวนช้างอีก แล้วทิ้งคราบไว้ในรูขนที่มันอาศัยอยู่ ทำให้ผิวหนังเกิดอักเสบ เป็นตุ่ม มีหนองขึ้น วิธีป้องกันโรคนี้ที่ดีที่สุด คือ ให้ช้างได้อาบน้ำบ่อยๆ ชาวบ้านได้ใช้เครือสะบ้าทุบเป็นฝอยถูตัวช้างเวลาอาบน้ำ เพื่อฆ่าตัวอ่อนของแมลงวันชนิดนี้ นับว่าได้ผลดีพอสมควร โรคที่ช้างเป็นกันมากอีกชนิดหนึ่ง คือ โรคพยาธิฟิลาเรีย (filaria) โรคนี้เกิดจากยุงในป่า ซึ่งไปกัดสัตว์ที่เป็นโรคนี้มาแล้วมากัดช้าง พยาธิที่ติดมากับแมลงจะเข้าไปในเส้นโลหิต และเจริญเติบโตในเส้นโลหิตของช้าง แล้วเข้าไปอุดตันในหัวใจ จนทำให้ช้างถึงแก่ความตาย  นอกจากโรคที่กล่าวมาแล้ว ยังมีโรคติดต่อร้ายแรงของสัตว์จำพวก วัวควาย อาจคิดต่อถึงช้างได้ เช่น โรคแอนแทรกซ์ ซึ่งเป็นโรคที่ต้องแจ้งให้ทางการทราบ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ โรคนี้อาจติดต่อถึงมนุษย์ได้ด้วย ยังมีโรคอีก ๒-๓ ชนิดที่มักเกิดกับช้าง เสมอ เช่น โรคคอบวม (haemorrhagic septicaemia)  โรคเซอร์รา (surra) โรคดังกล่าวข้างต้น เป็นโรคที่ต้องอาศัยสัตวแพทย์ผู้ชำนาญ เป็นผู้ป้องกันและรักษา ทั้งสิ้น

การให้ช้างได้อาบน้ำเป็นการป้องกันโรคให้แก่ช้างอย่างหนึ่ง

ประเทศไทยเรามีช้าง ซึ่งจดทะเบียนไว้กับทางราชการประมาณ ๑๑,๒๗๗ เชือก (รายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี ๒๕๐๙) เป็นจำนวนช้างพลาย และช้างพังไล่เลี่ยกัน ในจำนวนนี้มีช้างตกลูก ในปีนั้น ๒๘๘ เชือก ภาคกลางเป็นภาคที่มีช้างมากที่สุด ถัดไปเป็นภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับจากสถิติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า อัตราการเกิดของช้างมีจำนวนน้อย รัฐบาลจึงได้กำหนดวิธีการสงวนพันธุ์ช้างขึ้น เช่น การจับช้างป่า และการส่งช้างออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาล นอกจากนั้น รัฐบาลยังกำหนดให้เจ้าของช้าง ซึ่งมีช้างอายุย่างเข้าปีที่ ๘ ต้องไปขอรับการจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณด้วย

ช้างเผือก

คำว่า ช้างเผือก เป็นคำสามัญที่คนทั่วไปเรียกช้าง ซึ่งมีผิวหนังเป็นสีชมพูแกมเทา อันเป็นสีที่ผิดแปลกไปจากสี ของผิวหนังช้างธรรมดา (ปกติเป็นสีเทาแกมดำ) โดยไม่คำนึงถึงลักษณะอื่นๆ ประกอบด้วย ฉะนั้น คำว่า ช้างเผือก ตามความหมาย ที่เราเข้าใจกัน จึงอาจจะเป็นทั้งช้าง ซึ่งมีมงคลลักษณะครบ หรือไม่ครบก็ได้ เพื่อมิให้เกิดความสับสนในเรื่องนี้ ทางราชการจึงได้กำหนดศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อช้าง ซึ่งมีลักษณะพิเศษขึ้นใหม่ ตามพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พุทธศักราช ๒๔๖๕ (ราช กิจจานุเบกษา เล่ม ๓๘ หน้า ๗๕ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๖๔) มาตรา ๔ โดยระบุไว้ว่า “ช้างสำคัญ” ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีมงคลลักษณะ ๗ ประการ คือ ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว ขน ขาว พื้นหนังขาว (หรือสีคล้ายหม้อใหม่) ขนหางยาว อัณฑะโกศขาว (หรือสีคล้ายหม้อใหม่) ส่วน “ช้างสีประหลาด” ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีมงคลลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดใน ๗ อย่าง ที่กล่าวไว้ในเรื่องช้างสำคัญจากความหมายตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ ชี้ให้เห็นชัดว่า “ช้างสำคัญ” คือ ช้างเผือกที่มีลักษณะครบถ้วน สำหรับช้างเผือกตามความหมายของคนทั่วๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่สังเกตจากลักษณะสีของผิวหนังนั้น อาจไม่ใช่ช้างสำคัญหรือช้างเผือก ที่มีลักษณะครบถ้วนก็ได้ เพราะสีของช้างเป็นแต่เพียงมงคลลักษณะข้อ ๑ ในจำนวนมงคลลักษณะ ๗ ข้อ ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่เรียกว่า “ช้างสีประหลาด” เท่านั้น ดังนั้น ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงไม่ใช้คำว่า  “ช้างเผือก” เพราะเกรงว่า จะเข้าใจสับสนกัน

นอกจาก “ช้างสำคัญ” และ “ช้างสีประหลาด” แล้ว พระราชบัญญัติฉบับนี้ยังได้กล่าวถึง “ช้างเนียม” ไว้ด้วย โดยระบุลักษณะของช้างเนียมไว้ ๓ ประการ คือ พื้นหนังดำ งามีลักษณะดังรูปปลีกล้วย และเล็บดำ ซึ่งเป็นลักษณะของช้างที่แปลกประหลาดหายาก ดังนั้น ในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า กำหนด ให้ผู้ที่ครอบครองช้างสำคัญ ช้างสีประหลาด ช้างเนียม ต้องนำช้างดังกล่าวขึ้นทูลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับได้กำหนดบทลงโทษไว้ในมาตรา ๒๑ ว่า ผู้ใดมีช้างสำคัญ ช้างสีประหลาด หรือช้างเนียม แล้วปล่อยเสียหรือปิดบังซ่อนเร้นช้างนั้นไว้ ไม่นำขึ้นทูลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท และโทษนี้ ไม่ลบล้างการที่ช้างนั้น จะพึงต้องริบเป็นของหลวง
ลักษณะสำคัญของช้างเผือก  เป็นช้างพลายรูปงาม งาขวา-ซ้ายเรียวงาม กายสีดอกบัวแดง ขนตัวขุมละสองเส้น ขนโขมด สีน้ำผึ้งโปร่ง ขนบรรทัดหลังสีน้ำผึ้งโปร่งเจือแดง ขนหูสีขาว ขนหางสีน้ำผึ้งเจือแดงแก่ ตาขาวเจือเหลือง เพดานปากขาวเจือชมพู อัณฑะโกศขาวเจือชมพู เล็บขาว เจือเหลืองอ่อน หูและหางงามพร้อม เสียงเป็นศัพท์แตรงอน