แม่ช้าง และลูกๆช้าง
ลูกช้างกำลังสนุก
ลูกช้างกับเพื่อนใหม่
ลูกช้างกำลังลองสิ่งใหม่
Slider

สายพันธุ์ช้างไทย

ปัจจุบันนี้เราแบ่งช้างออก ๒ ชนิด คือ ช้างเอเชียชนิดหนึ่ง และช้าง แอฟริกาชนิดหนึ่ง ช้างเอเชียเป็น ช้างที่อยู่ในทวีปเอเชีย เช่น ใน ประเทศไทย พม่า อินเดีย ศรีลังกา เขมร ลาว ญวน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ส่วน ช้างแอฟริกามีอยู่ในทวีปแอฟริ กา แม้ว่าช้างสองชนิดนี้จะมี รูปร่างลักษณะภายนอกคล้าย ๆ กันก็ ตาม แต่อยู่คนละสกุลกัน เช่นเดียว กับวัว ซึ่งอยู่คนละสกุลกับควาย

ควาย ดังนั้นการที่เราจะเอา ช้างเอเชียกับช้างแอฟริกามาผสม พันธุ์กันให้เกิดลูกหลานต่อไป จึง เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก ข้อแตก ต่างของ ช้างเอเชียและช้างแอฟริ กา เท่าที่พอจะสังเกตจากอุปนิสัย และลักษณะภายนอกมีดังนี้

1.ช้างเอเชีย (Elephas maximus) ช้างเอ เชียที่สมบูรณ์เต็มที่ จะมีความ สูงเฉลี่ยวัดจากพื้นดิน ตรงขาหน้า ถึงไหล่ประมาณ ๓ เมตร มีงาเฉพาะช้าง ตัวผู้หรือที่เรียกกันว่า ช้าง พลาย ส่วนช้างตัวเมียหรือช้างพังโดย ปกติไม่มีงา บางครั้งอาจจะพบ ช้างพังมีงาสั้น ๆ บ้าง แต่งา นั้นจะไม่สมบูรณ์และเรียกกันว่า “ขนาย” สำหรับช้างตัวผู้ที่ไม่มีงาก็ มีบ้าง แต่เป็นจำนวนน้อย เราเรียก ช้างพลายที่ไม่มีงาว่า “ช้างสีดอ”

ช้างเอเซียจำแนกได้ 3 ชนิดย่อย (subspecies) ได้แก่

  1. ช้างเอเซียพันธุ์ศรีลังกา ( Elephas maximus maximus Linn )
    เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติเฉพาะในเกาะซีลอนหรือเกาะลังกา ซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศศรีลังกาเท่านั้น มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาช้างเอเซียทั้งหมด ตัวผู้หรือช้างพลายส่วนใหญ่จะเป็น ช้างสีดอ (mukna) คือ ไม่มีงา มีแต่ขนายซึ่งเป็นงาขนาดเล็กโตประมาณเท่าข้อมือ (เส้นรอบวงประมาณ 15-20 เซนติเมตร) ยาวไม่พ้นปากหรืออาจยาวพ้นปากเพียงเล็กน้อย มีน้อยตัวที่มีงา ส่วนตัวเมียหรือช้างพังมีลักษณะเหมือนกับช้างเอเซียพันธุ์อื่นๆ คือไม่มีงา มีแต่ขนายเท่านั้น
  2. ช้างเอเซียพันธุ์อินเดีย ( Elephas maximus indicus Cuvier )
    เป็นช้างที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติบนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเซีย ได้แก่ ประเทศเนปาล ภูฐาน อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา แคว้นยูนนาน และมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยพบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ช้างในประเทศไทยยังมีลักษณะที่น่าสังเกตุอีก ดังนี้ คือ
  • หนังมีขนเส้นห่างๆ ปลายหางมีขนเส็นยาวๆ งอกเป็นแนวด้านหน้าและด้านหลังของปลายหาง (ราว 2-3 นิ้ว) ขนหางยาวราว 7-8 นิ้ว โค้งไปจรดกันตรงปลาย
  • ลายฟันหน้า มักมีจำนวนตามลำดับชุดของกรามดังนี้ คือ 4, 8, 12, 16, 24 แต่อาจมากน้อยกว่านี้บ้างในบางราย
  • ช้างตัวผู้บางตัวมีงา เรียกว่าช้างพลาย ถ้างาใหญ่ เรียกว่า ช้างงาปลี ถ้างาเล็ก ยาวเรียว เรียกว่า ช้างงาเครือ ตัวผู้ที่ไม่มีงา เรียกว่า ช้างสีดอ (mukna)
  • ช้างตัวเมีย เรียก ช้างพัง ช้างสีดอและช้างพัง ไม่มีงา มีแต่ขนายที่ใช้แทนงา
  • ช้างเผือก คือ ช้างที่มีต่อมทำสีเมลานินผิดปกติ ผิวหนังและขนค่อนข้างเป็นสีหม้อใหม่ นัยน์ตาขาวๆ เหลืองๆ ส่วนอื่นๆ จะเป็นสีจาง ช้างแก่ๆ มักมีโคนงวงและใบหูตกกระเป็นสีหม้อใหม่เหมือนกัน
  • ช้างป่า เรียกหน่วยนับเป็น ตัว ช้างเลี้ยง เรียกหน่วยนับเป็น เชือก
  1. ช้างเอเซียพันธุ์สุมาตรา ( Elephas maximus sumatranus Temmick )
    เป็นช้างที่อาศัยอยู่เฉพาะในป่าตามธรรมชาติบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น ขนาดร่างกายมักจะเล็กกว่าช้างเอเซียพันธุ์อินเดีย

ช้างแอฟริกา (Loxodonta africana) ช้างแอฟริกาที่สมบูรณ์เต็มที่ สูงกว่าช้างเอเชีย คือ สูงเฉลี่ย ประมาณ ๓,๕ เมตร ช้างแอฟริกาไม่ว่า จะเป็นตัวผู้หรือตัวเมียล้วนแต่มี งาทั้งสิ้น ฉะนั้น การสังเกตเพศของ ช้างแอฟริกาโดยการดูงาจึงทำ ไม่ได้ หัวของช้างแอฟริกามี ส่วนที่เป็นหน้าผากแหลมแคบและมี โหนกศีรษะเพียงลอนเดียว

สัตว์ประจำชาติของประเทศไทย

ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทย ในสมัยโบราณ ช้างส่วนมากจะถูกใช้ในการสงคราม ต่อมาเมื่อมีอาวุธสมัยใหม่เข้ามาแทนที่ ช้างจึงถูกนำไปใช้แรงงานจำพวกชักลากไม้ในป่า และในปัจจุบันช้างเป็นสัตว์อนุรักษ์ที่ถูกใช้ในงานการแสดงและการท่องเที่ยว ประเทศไทยเคยใช้ช้างเป็นส่วนหนึ่งของธงชาติเรียกว่าธงช้างเผือก ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาใช้ธงไตรรงค์อย่างในปัจจุบัน แต่ยังมีธงหน่วยงานราชการบางแห่งที่ใช้ใช้ช้างเป็นองค์ประกอบ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมช้างจึงถูกเรียกว่าเป็นสัตว์ประจำชาติไทย

ช้างป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมี ประชากรช้างป่าไม่น้อยกว่า 230 ตัว
บริเวณตอนกลางโดยรอบพื้นที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
บ้านย่านซื่อ บ้านพุบอน ประมาณ 20 -30 ตัวพบช้างป่าแยกหากินเป็นฝูงเล็ก หรือหากินลำพังตัวเดียวในป่าลึกตอนกลางของอุทยานฯกุยบุรี ประมาณ5 – 10ตัว
บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ กุยบุรี ที่ กร. 1 (ป่ายาง) และพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบช้างป่ารวมฝูงทั้งฝูงขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ประมาณ 170 ตัวและพบลูกช้างเกิดใหม่

ข้อมูลทั่วไป
ช้าง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่ในวงศ์ Elephantidae โดยแบ่งเป็นสองสกุล ได้แก่ Elephas และ Loxodonta ช้างในปัจจุบันเหลือ 3 สปีชีส์ คือ ช้างแอฟริกา, ช้างป่าแอฟริกา และช้างเอเชีย (หรือที่รู้จักกันในชื่อ ช้างอินเดีย) ส่วนสปีชีส์และสกุลอื่นของวงศ์ Elephantidae ล้วนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว บางสปีชีส์หรือสกุลสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ยุคน้ำแข็งครั้งหลังสุด ถึงแม้ว่าช้างแมมมอธในรูปแคระอาจสืบสายพันธุ์ต่อมาจนถึง 2,000 ปีก่อนคริสตกาลช้างและสัตว์ในวงศ์ Elephantidae อื่น ๆ เคยถูกจัดเป็นประเภทเดียวกับสัตว์หนังหนาอื่น ๆ ชื่อว่าอันดับ Pachydermata ซึ่งปัจจุบันเลิกใช้แล้ว
ช้างนับเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ใช้เวลาการตั้งครรภ์ถึง 22 เดือน ซึ่งนับว่านานที่สุดในบรรดาสัตว์บกทุกชนิด ช้างแรกเกิดมีน้ำหนักเฉลี่ย 120 กิโลกรัม มีอา

ยุขัยอยู่ระหว่าง 50 ถึง 70 ปี แต่ช้างอายุมากที่สุดที่เคยบันทึกไว้มีอายุถึง 82 ปีช้างขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกไว้อาศัยอยู่ในแองโกลาในปี ค.ศ. 1956 ซึ่งมีน้ำหนักถึง 11,000 กิโลกรัมความสูงวัดถึงไหล่ 3.96 เมตร สูงกว่าช้างแอฟริกาเพศผู้ทั่วไปถึงหนึ่งเมตร ส่วนช้างที่มีขนาดเล็กที่สุดนั้น มีขนาดประมาณเท่ากับลูกวัวหรือหมูตัวใหญ่ ๆ เป็นสปีชีส์ก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งเคยอาศัยอยู่บนเกาะครีตระหว่างสมัยไพลสโตซีน จากการสังเกตการณ์ ช้างเพศผู้ที่มีสุขภาพดีนั้นไม่มีนักล่าตามธรรมชาติ ถึงแม้ว่าสิงโตจะล่าลูกช้างหรือช้างที่อ่อนแอบ้าง อย่างไรก็ตาม ช้างถูกคุกคามโดยการบุกรุกที่อยู่อาศัยของมนุษย์และการล่า
ช้างเป็นสัญลักษณ์ของปัญญาในวัฒนธรรมเอเชียและมีกิตติศัพท์ว่ามีความจำและความฉลาดที่ดี โดยระดับสติปัญญาของมันนั้นคาดกันว่าจะเท่ากับของโลมา หรือไพรเมต เลยทีเดียว อริสโตเติล เคยกล่าวไว้ว่า ช้างเป็น “สัตว์ซึ่งเหนือกว่าสัตว์ทั้งปวงทั้งในด้านไหวพริบและจิตใจ”

คุยกัน7วันหน : ปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง และคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว

สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมช้างคือในป่า แต่หากคุณอยากจะไปเยี่ยมชมช้างที่อยู่ในปางช้างตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่าปางช้างที่คุณจะไปเยี่ยมชมนั้นได้มาตรฐาน ช้างอาศัยอยู่อย่างธรรมชาติ สามารถแสดงออกตามพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ ให้ความเป็นมิตรกับช้างไม่ทำร้ายช้าง และให้ความรู้กับนักเที่ยวถึงความต้องการของช้างรวมถึงกำหนดกฎกติกาสำหรับการเยี่ยมชมอย่างเหมาะสมและเคร่งครัด

ชื่อปางช้างบ่งบอกอะไร?

ปางช้างอาจแทนตัวเองว่าเป็นสถานพักพิงหรือศูนย์บริบาลช้าง ที่ให้ความช่วยเหลือให้ที่พักพิงแก่ช้าง แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่าช้างจะมีความเป็นอยู่มีสวัสดิภาพที่ดี หาข้อมูลเพิ่มเติมและอ่านคำแนะนำจากแหล่งข้อมูล ก่อนตัดสินใจเพื่อหลีกเลี่ยงการสนับสนุนสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้เป็นมิตรกับช้างอย่างแท้จริง

สามารถสัมผัสช้างได้หรือไม่?

เยี่ยมชมปางช้างที่อนุญาตให้คุณดูช้างแต่ไม่สามารถสัมผัสหรือถูกตัวช้างได้เท่านั้น ช้างคือสัตว์ป่าและสมควรที่จะอยู่ในป่า หากปางช้างอนุญาตให้คุณเข้าใกล้ช้างมากพอที่คุณจะสามารถ ขี่ อาบน้ำ และสัมผัสช้างได้ นั่นหมายถึงพวกมันได้รับการฝึกฝนอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อทำลายสัญชาตญาณสัตว์ป่า

ช้างอยู่ตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่?

หากช้างในปางช้างไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและไม่สามารถแสดงออกทางพฤติกรรมตามธรรมชาติได้นั้น สถานที่แห่งนั้นไม่เหมาะสมต่อการเข้าเยี่ยมชม

ตามธรรมชาติของช้างป่า จะต้องเดินในพื้นที่กว้าง แทะเล็มหญ้า และมีสังคมกับช้างด้วยกัน แต่หากช้างในสถานที่แห่งนั้น ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระหรือแสดงออกทางพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ สถานที่นั้นไม่เหมาะสำหรับคุณ

มีลูกช้างอยู่หรือไม่?

ลูกช้างอาจดูน่ารักและล่อตาล่อใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่หากคุณสามารถเข้าใกล้และสัมผัสลูกช้างโดยที่แม่ของมันไม่อยู่ด้วยปางช้างแห่งนี้ไม่ได้เป็นมิตรกับช้างอย่างแท้จริง

ลูกช้างเล็กๆ นั้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างอย่างแท้จริงนั้น จะไม่มีการเพาะพันธุ์ ดังนั้นคุณไม่ควรเห็นลูกช้างในที่เหล่านี้ยกเว้นในกรณีที่มีลูกช้างกำพร้าถูกช่วยเหลือออกมาจากป่าเท่านั้น

สถานที่มีความปลอดภัยต่อช้างและผู้เข้าชมหรือไม่?

ช้างควรได้รับการดูแลด้วยความรัก ความเมตตา และให้ความเคารพแก่เขา ขอสับช้างไม่สมควรที่จะถูกนำมาใช้ หากไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินจริงๆ ช้างคือสัตว์ป่าและมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าแม้จะถูกนำมาเลี้ยงให้มีความใกล้ชิดกับผู้คนและนักท่องเที่ยวแล้ว แต่ก็ยังสามารถที่จะทำอันตรายควาญช้างและนักท่องเที่ยวให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ถึงแม้จะอยู่ในสถานที่ที่เป็นมิตรกับช้าง คุณอาจเห็นช้างและควาญช้างด้วยกันในระยะไกล นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของคุณและนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ

ปางช้างหรือศูนย์บริบาลช้างที่เป็นมิตรกับช้างจริง

แม้จะมีข้อมูลที่แน่นพอ ก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะหาสถานที่ที่เป็นมิตรกับช้าง เพื่อให้การวางแผนของคุณนั้นง่ายขึ้น เราได้รวบรวมรายชื่อปางช้างหรือศูนย์บริบาลช้างที่เป็นมิตรกับช้างไว้ด้านล่างแล้ว

บอตสวานาเสนอนำช้างป่ามาเป็นอาหารสัตว์

เนื้อช้างบรรจุกระป๋อง ทางออกของปัญหาช้างล้นป่าในบอตสวานา
บีบีซีรายงานว่า ทางการบอตสวานาเตรียมยกเลิกกฎห้ามล่าช้าป่าที่บังคับใช้มานาน 4 ปี หลังจากได้ปรึกษากับภาคประชาสังคมมานานหลายเดือน เกี่ยวกับแนวคิดของรัฐบาลที่เตรียมอนุญาตให้มีการล่าช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติมากถึง 130,000 ตัว เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเนื้อช้างบรรจุกกระป๋องสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์

รายงานระบุว่า จำนวนช้างในประเทศบอตสวานานั้นเพิ่มจำนวนมากถึงถึงหลักแสนตัว หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรกาห้ามล่าช้างเมื่อปี 2014 จึงส่งผลให้มีช้างตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนมากขึ้น และเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแล้ว โดยเฉพาะระหว่างช้างกับมนุษย์ ที่พบว่าบรรดาช้างป่าเหล่านี้ได้เข้าไปทำลายพืชผลของเกษตรกรจนได้รับความเสียหาย แนวคิดการยุติกฎห้ามล่าช้างครั้งนี้มีขึ้นจากนาย Mokgweetsi Masisi ผู้นำคนใหม่บอตสวานาซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี2018ที่ผ่านมา ได้ขอให้คณะรัฐมนตรีทบทวนการห้ามล่าสัตว์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประธานาธิบดีคนก่อนหน้านี้ประกาศใช้

รัฐบาลบอตสวานาได้เปิดรับฟังเสียงของประชาชนหลายครั้ง รวมถึงองค์กรต่างๆจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่ระบุว่า การแก้กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของประเทศ โดยสรุปข้อเสนอได้ดังนี้

ยกเลิกการห้ามล่าช้าง

บริหารจัดการประชากรช้างให้อยู่ในพื้นที่เดิม

กำหนดเขตล่าเพื่อทำหน้าที่เป็นกันชนต่อชุมชนและป่า

หามาตรการลดจำนวนประชากรช้างอย่างเป็นประจำ

เส้นทางอพยพของสัตว์ป่าที่ “ไม่เป็นประโยชน์ต่อความพยายามในการอนุรักษ์ของประเทศ” ควรถูกปิด ทั้งนี้ มาตรการห้ามล่าช้างของบอตสวานานี้ นับว่าเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในแอฟริกาที่ออกกฎในลักษณะดังกล่าว ต่างจากประเทศอื่นๆที่อนุญาตให้สามารถล่าช้างเพื่อเกมส์กีฬาได้

อย่างไรก็ดี มาตรการยกเลิกห้ามล่าช้างดังกล่าวได้รับเสียงวิจารณ์อย่างมากจากบรรดาองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า การที่ช้างเพิ่มปริมาณมากขึ้นนั้นมีหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งมาจากการที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ช้างจึงออกจากถิ่นอาศัยเดิมของพวกมัน รวมถึงจากข้อมูลของการสำรวจประชากรช้างทั้งทวีปแอฟริกาเมื่อปี 2016 พบว่า ตัวเลขประชากรของช้างระหว่างปี 2007-2014 มีจำนวนลดลดงราว 30% หรือประมาณ 144,000 ตัว

10 ข้อเท็จจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับช้าง

1. ช้างทั่วโลกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือช้างแอฟฟริกันและช้างเอเชีย

2. งาช้างจะไม่มีวันหยุดโต เราสามารถคาดคะเนอายุของช้างได้จากงา

3. ช้างใช้เวลาประมาณ 12 – 18 ชั่วโมงในแต่ละวันไปกับการกินอาหาร

4. และเพราะกินอาหารเป็นจำนวนมาก ช้างถึงถ่ายอุจจาระประมาณสัปดาห์ละ 1 ตัน!!

5. ช้างมักจะคลายร้อนโดยการลงเล่นน้ำและนำดินโคลนกับทรายละเลงไปบนตัวเองเพื่อป้องกันแสงแดด

6. ช้างตัวเมียก็มีงาเล็กๆ งอกมาได้เหมือนกัน (แต่มีจำนวนน้อยมาก) ซึ่งเราจะเรียกช้างพวกนี้ว่า “ขนาย”

7. ช้างสามารถรับรู้ถึงเงาสะท้อนตัวเองในกระจกได้

8. ช้างแอฟฟริกันสามารถมีอายุได้มากถึง 70 ปีเลยเชี่ยวละ ส่วนช้างเอเชียโดยเฉลี่ยจะมีอายุราว 48 ปี

9. ช้างจะโศกเศร้าเสียใจเมื่อเพื่อนร่วมฝูงของมันตาย และพวกมันยังสามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายเหมือนมนุษย์ได้อีกด้วย

10. งาไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามหรือบ่งบอกเพศเท่านั้น แต่ช้างยังใช้งาในการหาอาหารและแร่ธาตุบางชนิดอย่างเช่นเกลือด้วย

ช้างแคระบอร์เนียว” ช้างน้อยน่ารักบนเกาะบอร์เนียว

“ช้าง” แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และหากว่าพูดถึงช้างแล้ว หลายๆ คนมักจะนึกถึงรูปลักษณ์ที่สูงใหญ่ ท่าทางน่าเกรงขามมาก่อนเสมอ แต่ใครจะรู้บ้างว่าเจ้าสัตว์ชนิดนี้ ยังมีสายพันธุ์ขนาดเล็กอีกด้วย ที่สำคัญ ช้างสายพันธุ์ขนาดเล็กนี้ยังมีอยู่เพียงจำนวนน้อยนิด นั่นก็คือ “ช้างแคระ” แห่งเกาะบอร์เนียวนั่นเอง

“ช้างแคระบอร์เนียว” หรือ “ช้างบอร์เนียว” เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ของช้างที่มีอยู่บนโลกนี้ ซึ่งเป็นช้างสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ลักษณะที่เป็นจุดเด่นของช้างสายพันธุ์นี้คือ ขนาดของลำตัวที่มีขนาดเล็กกว่าช้างสายพันธุ์อื่นๆ อย่างมาก โดยจะมีความสูงประมาณ 2-2.5 เมตรเท่านั้น ขณะที่ช้างเอเชียจะมีขนาดตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป และเมื่อเทียบกับญาติที่ใหญ่ที่สุดอย่างช้างแอฟริกาที่มีความสูงถึง 4 เมตรแล้ว ก็ยิ่งนับว่ามีขนาดเล็กมาก

ช้างแคระแห่งบอร์เนียว มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียวอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย โดย “เกาะบอร์เนียว” แห่งนี้ยังเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย และยังเป็นที่ตั้งของ 3 ประเทศคือ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, และบรูไน

ถึงจะมีขนาดลำตัวที่เล็กกว่าญาติสายพันธุ์อื่นๆ แต่ช้างบอร์เนียวจะมีใบหูและหางที่ยาวใหญ่กว่าช้างเอเชีย ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องใบหน้าที่ดูเหมือนลูกช้างเสมอ เพราะไม่ว่าจะอายุมากเท่าไหร่ หน้าตาของเจ้าช้างบอร์เนียวเหล่านี้ก็ยังคงดูไม่เปลี่ยนแปลงไปจากช้างรุ่นเยาว์ นอกจากนี้ช้างแคระบอร์เนียวยังมีนิสัยที่อ่อนโยน ไม่ดุร้าย และมีความเป็นมิตรอย่างมาก แต่การที่มันเป็นมิตร และมนุษย์สามารถเข้าใกล้พวกมันได้โดยง่าย จึงทำให้ช้างเหล่านี้ถูกลักลอบฆ่าเพื่อเอางาได้ง่ายด้วยเช่นกัน

อีกทั้งลักษณะการหากินตามป่าในพื้นที่ราบลุ่มและบริเวณลุ่มแม่น้ำ ซึ่งใกล้กับพื้นที่ทำการเกษตรของมนุษย์บนเกาะ ก็ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้จำนวนของช้างแคระบอร์เนียวลดลงไปอีก เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าพวกมันจะมาทำลายพืชผลการเกษตร จึงวางยาเบื่อ ยาพิษ ในขณะที่ช้างแคระบางส่วนก็ไปกินผักผลไม้ที่ปนเปื้อนสารเคมี ทำให้จำนวนของช้างแคระบอร์เนียวลดจำนวนลงไปมาก โดยจำนวนประชากรช้างบอร์เนียวในปัจจุบันที่มีการสำรวจนั้น หลงเหลืออยู่เพียงแค่ 1,500 ตัว

แม้ในปัจจุบันช้างแคระบอร์เนียวจะสามารถพบเห็นได้บนเกาะบอร์เนียวแต่เพียงเท่านั้น แต่เมื่อครั้งอดีต เจ้าช้างแคระเหล่านี้ก็อาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งมีคำบอกเล่าในบันทึกต่างๆ เช่นข้อมูลจากโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภาคใต้ โรงเรียนสตรีพัทลุง ที่บันทึกไว้ว่า

“ช้างแคระเหล่านี้มีถิ่นที่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มทางตอนเหนือของทะเลสาบสงขลา ชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกว่า ช้างค่อม, ช้างแคระ, ช้างแกลบ หรือ ช้างพรุ มีรูปร่างลักษณะอย่างช้างทั่วๆ ไปแต่มีขนาดเล็กกว่า ขนาดลําตัวสูงประมาณควาย ซึ่งในบันทึกการพบเห็นช้างค่อมนั้น มีการบันทึกไว้น้อยมาก และสูญหายไปเมื่อราวๆ 60-70 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งในปี พ.ศ. 2506 นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักนิยมไพรคนสำคัญของไทย ทำการสำรวจในเรื่องช้างแคระนี้ ก็ไม่ปรากฏร่องรอยรอบๆ ทะเลสาบสงขลาอีกเลย”

แต่ถึงอย่างไรช้างสายพันธุ์แคระแห่งเกาะบอร์เนียว ก็ยังไม่หายจากโลกนี้ไป แม้จะยังคงเหลืออยู่อย่างน้อยนิดก็ตาม แต่ชีวิตเหล่านี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการมีจิตสำนึกของมนุษย์ ว่าจะยังต้องการอนุรักษ์ให้พวกมันได้อยู่เคียงคู่พวกเราต่อไป หรือจะปล่อยปละละเลยเจ้าช้างเหล่านี้ ให้เหลือแค่เพียงชื่อและภาพถ่ายไว้ให้ดูต่างหน้า เหมือนกับเพื่อนสัตว์โลกชนิดอื่นๆ ที่ได้จากโลกนี้แล้ว

ช้างอมงวง

ช้างชั้นเลวทั้งหลาย เมื่อถึงคราวประจัญบาน ต่างเอางวงใส่ปากอมไว้ด้วยกลัวเจ็บ ทั้งนี้เนื่องจากงวงเป็นจุดอ่อนที่สุดภายในร่างกายของช้าง ถูกกระทบนิดหน่อยก็เจ็บ ช้างชนิดนี้ไม่มีใครปรารถนา เป็นช้างเสนียดมีแต่จะถูกฆ่าทิ้งเพราะมันเป็นช้างอมงวง

เสียงระฆังเมื่อยามสามดังสะท้านขึ้นมา ท่ามกลางราตรีอันเงียบสงัดของท้องทุ่งนารังสิตคลองหลวง เสียงนั้นสะท้านสะเทือนก้องไปตลอดทุ่งกว้าง แล้วจางหายไปกับสายลมและหมู่ไม้ แต่ละครั้งที่ขอไผ่รูปหัวจงอยกระหน่ำลงบนปุ่มระฆัง มันช่างเป็นมนต์ขลังที่ปลุกวิญญาณของเหล่าทหารในกองทัพธรรมให้พลิกฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวา เพื่อว่าจะได้เร่งปรารภความเพียรกำจัดกิเลสในขันธสันดานให้สิ้นไป เสียงระฆังชุดที่สามยังมิทันจะจางหายไปทั่วอาณาบริเวณศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม พลันมีคบเพลิงชูสว่างไสวไม่ต่ำกว่าห้าสิบดวงปรากฏขึ้นอย่างน่าประหลาด คบเพลิงแต่ละดวงห่างกันมิใกล้มิไกลประมาณได้ ๔๐ วา

ดวงไฟเหล่านั้นค่อยๆ เลื่อนใกล้เข้ามาๆ ๆ เมื่อเข้ามาระยะใกล้ปรากฏว่ามันอยู่ในมือของบุรุษในชุดอาภรณ์สีขาว แต่ละบุรุษเดินตัดทุ่งนามาคนละไม่น้อยกว่าครึ่งกิโลเมตรด้วยอาการอันสำรวม แม้จะเดินมาใกล้กันแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงพูดคุยกันแม้สักคำ ในที่สุดทุกคนก็มารวมกันภายใต้เต๊นท์อำนวยการหลังกระทัดรัด

ณ ที่นั้นมีพระภิกษุหนุ่ม อายุประมาณสามสิบเศษนั่งหลับตาขัดสมาธิคอยอยู่ก่อนแล้วถึงสามรูปด้วยกัน ทุกบุรุษก้าวเข้ามาตรงหน้าพระคุณเจ้าทั้งสามอย่างสำรวม และระวังมิให้เกิดเสียงรบกวนอันใด พร้อมกับลดกายลงกราบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้ง จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น แล้วหลับตาพอปิดสนิท

ทั่วบริเวณนั้นช่างเงียบสงบ วิเวก เยือกเย็น แต่ไม่วังเวง ตรงกันข้าม ทุกอณูของบรรยากาศที่อยู่รอบๆ ตัวกลับอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด เวลาผ่านไป จากสิบห้านาทีเป็นครึ่งชั่วโมง ก็ยังปรากฏว่าไม่มีผู้ใดจะขยับไหวติงแต่ประการใด ทุกคนยังนั่งนิ่งอยู่ต่อหน้าพระภิกษุทั้งสามรูปประดุจรูปปั้นที่แกะสลักจากแท่งศิลาสีขาวฉะนั้น

จีวรเหลืองอร่ามเมื่อกระทบกับแสงสว่างของคบเพลิงที่ปักเรียงรายไว้โดยรอบ ยิ่งขับผิวของพระคุณเจ้าทั้งสามให้ผ่องใสปานประหนึ่งสีทอง ดูช่างสงบเยือกเย็นและอิ่มเอิบไปด้วยบุญ ก่อให้เกิดศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น

บุรุษชุดขาวเหล่านี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมจึงได้มานั่งหลับตาชุมนุมอยู่ต่อหน้าพระภิกษุในยามราตรีที่น่าหลับนอนเช่นนี้ หรือว่าเขามาประชุมเพื่อพิจารณาค้นหาสิ่งลี้ลับประการหนึ่งประการใด ที่ต้องใช้สมาธิจิตอย่างยิ่ง ถูกแล้ว! เขาเหล่านี้เป็นนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งได้มา ณ สถานที่นี้เพื่อร่วมกันปฏิบัติธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาเหล่านี้ต้องการค้นหาพระธรรมที่พระบรมศาสดาทำให้แจ้งแล้ว เพราะเขาเหล่านี้ก็ต้องการเป็นทายาทโดยธรรมของพระองค์ และหนึ่งในจำนวนผู้ปรารถนาเป็นธรรมทายาทก็คือข้าพเจ้า ซึ่งกำลังจะเล่าความเป็นมาของธรรมทายาทเหล่านี้ให้ท่านฟัง เพื่อว่าวันนี้ในปีหน้า อาจจะมีท่านอีกผู้หนึ่งก็ได้ซึ่งจะไปนั่งรวมกลุ่มประพฤติปฏิบัติธรรมกับบรรดาบุรุษชุดอาภรณ์ขาวทั้งหลายเหล่านั้น

ข้าพเจ้าเป็นใคร? ข้าพเจ้าเป็นเด็กวัดอาศัยอยู่กับพระที่วัดบวรนิเวศวิหารตั้งแต่เริ่มเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง จนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ได้อาศัยกุฎิวัดเป็นที่อยู่ที่นอน อาศัยวัดเป็นสถานที่ศึกษา อาศัยข้าวก้นบาตรพระเป็นเลือด เป็นเนื้อ เป็นกระดูก และอาศัยไม้เรียวกิ่งมะขามในมือพระอาจารย์เป็นเข็มทิศของชีวิต แม้เหตุการณ์จะล่วงเลยไปหลายปี แต่ข้าพเจ้ายังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้เหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เช้ามืดต้องลุกขึ้นกวาดลานรอบๆกุฎิ ถ้าวันไหนตื่นสายโดยเฉพาะหน้าหนาว หลวงพ่อท่านก็จะใช้น้ำใสๆและเย็นจับขั้วหัวใจสาดเข้าไปในมุ้ง ท่านผู้อ่านที่เคารพ เพียงขันเดียวเท่านั้นมันก็ชุบวิญญาณให้พลิกฟื้นจากความสลบไสล มีชีวิตชีวาได้อย่างเฉียบพลัน นั่นคือบทเรียนเร็วใหม่ บทที่หนึ่ง เรื่องความเกียจคร้าน

กวาดกุฏิเสร็จ ก็ต้องรีบเข้าทำครัวทำอาหารไว้รอท่าหลวงพ่อเพราะความยั่งยืน หรือความดับสูญแห่งพระพุทธศาสนา ได้ถูกฝากไว้กับหม้อข้าวของชาวบ้านมานานนับพันๆ ปี ยุคใดชาวบ้านมีศรัทธา พระภิกษุก็ได้อาศัยข้าวปากหม้อบ้านละทัพพียังชีพอยู่อย่างเป็นสุข ยุคใดชาวบ้านกำลังถูกภัยเศรษฐกิจคุกคาม ยุคนั้นพระสงฆ์ก็พลอยเดือดร้อน พอหลวงพ่อออกบิณฑบาตรข้าพเจ้าก็ต้องรีบเข้าครัว เพราะถึงอย่างไรก็หวังแน่นอนไม่ได้ บางวันหลวงพ่อกลับมาพร้อมกับอาหารเหลือเฟือลูกศิษย์ก็พลอยอิ่มไปด้วย วันใดชาวบ้านศรัทธาหย่อนหลวงพ่อกลับมาพร้อมกับข้าวติดก้นบาตร ก็จะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที มิฉะนั้นจะต้องขอดจนก้นบาตรทะลุ อาหารในหม้อกายสิทธิ์ ที่มิรู้จักหมดใบนี้ก็ยังไม่พอแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ตั้งห้าคนหกคนของท่าน การกะเตรียมอาหารมิใช่เรื่องง่ายจะต้องเป็นผู้มีหูกว้างตากว้างพอใช้ ต้องรู้ว่าวันี้เป็นวันสำคัญหรือเปล่า เช่นวันเช็งเม้ง ซึ่งเป็นวันไหว้บรรพบุรุษของชาวจีน วันครบรอบวันเกิดของใครบางคนในย่านนี้ วันเปิดป้ายร้าน วันแต่งงาน วันไหว้ครูของเกจิอาจารย์ ฯลฯ ถ้าตรงกับวันสำคัญเหล่านี้ ก็ไม่ต้องเตรียมอาหารมากเพราะจะเหลือโดยใช่เหตุ อย่างไรเสียก็ต้องมีการทำบุญตักบาตร ท่านอาจารย์คงบิณฑบาตรรวยกลับมา แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่ข้าพเจ้าคำนวณผิด ลูกศิษย์ร่วมกุฏิจึงต้องเอาน้ำลูบท้องแก้หิวตามๆ กัน มันช่างเป็นรสชาดที่ขมขื่นแสนจะทนทาน นี่คือบทเรียนเร็วใหม่ บทที่สองเรื่องความมีสติรอบคอบ

บทเรียนจากการอดข้าว ทำให้พวกเราซึ้งและเข้าใจอย่างซึมซาบถึงคำว่า “กองทับต้องเดินด้วยท้อง” มิว่าจะเป็นกองทัพทางโลกหรือกองทัพธรรม ก็หนีกฎเกณฑ์อันนี้ไม่พ้น มิน่าเล่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเอาศาสนาไปผูกไว้กับข้าวปากหม้อ เช้าพระต้องรีบออกบิณฑบาตตั้งแต่อรุณเพิ่งจะขึ้น กลางวันจะต้องฉันอาหารก่อนมื้อเที่ยงของชาวบ้านถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเราเรียกกันว่าฉันภายในเพล

ความสะดวกสบายที่เด็กวัดอย่างพวกข้าพเจ้าจะพึงได้รับก็มีพอสมควร แต่ไม่ถึงกับเหลือเฟือเหมือนเด็กบ้าน หลวงพ่อท่านย้ำแล้วย้ำอีกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใช้สอย เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ยารักษาโรค ฯลฯ ต่างเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำบุญมาทั้งสิ้น ก่อนที่เขาจะบริจาคท่าน ก็ยกมือจบท่วมศีรษะอธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก หวังกุศลผลบุญในภายภาคหน้า ถ้าเราเอาใช้ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ จะเป็นหนี้เป็นภัยไม่รู้จบเพราะเป็นการทำลายบุญของทายกทายิกา ด้วยเหตุนี้เองวันหนึ่งข้าพเจ้าเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องด้วยความเผลอเรอ พอนึกขึ้นได้ก็รีบกลับมาจะดับไฟ ปรากฏว่าไฟได้ดับแล้วพร้อมกับเสียงเคาะกระดิ่งเป็นสัญญาณเรียกเฉพาะตัวให้เข้าพบหลวงพ่อ ผลคือ ถูกแก้ผ้าเฆี่ยนด้วยไม้เรียวกิ่งมะขามอันงาม นี่คือบทเรียนเร็วใหม่ บทที่สาม เรื่องความประหยัด

มีเรื่องเล่ากันว่า ในสมัยพุทธกาลมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อวังคีสะเป็นผู้เชี่ยวชาญในคัมภีร์ไตรเพทและโหราศาสตร์ทุกแขนง ชำนาญมากจนกระทั่งว่าเพียงเคาะกะโหลกคนตาย ก็รู้ได้ว่าผู้ตายนั้นไปเกิดภพหรือภูมิไหน จะไปเกิดเป็นสัตว์นรกก็รู้สิ้น แต่เมื่อพราหมณ์วังคีสะผู้นี้ ไปเคาะกะโหลกพระอรหันต์ที่เข้านิพพานแล้ว ก็จนปัญญาไม่ทราบว่าพระอรหันต์เหล่านั้นสิ้นกิเลสแล้วไปอยู่ที่ไหน ในที่สุดจึงละทิฐิเผาตำราโหราศาสตร์ทิ้ง แล้วบวชเป็นพระภิกษุอยู่ปฏิบัติธรรมยังสำนักของพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า มิช้ามินาน ก็เผาผลาญกิเลสหมดจากขันธสันดานสำเร็จเป็นพระอรหันต์เช่นกัน ผู้มีความเชี่ยวชาญโหราศาสตร์ถึงปานนั้นยังเผาตำราหันหน้ามาปฏิบัติธรรม แต่พระภิกษุสมัยนี้ กลับละทิ้งการปฏิบัติธรรมไปศึกษาโหราศาสตร์ นับเป็นการถอยหลังเข้าคลองอย่างยิ่ง ด้วยความเป็นเด็กและชอบสอดรู้สอดเห็นทำให้อดที่จะวิจารณ์พระหมอดูไม่ได้ เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ หลวงพ่อที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่เป็นผู้หนึ่งที่ซึ่งมีชื่อเสียงในทางนี้ พวกศิษย์รุ่นพี่ได้ตักเตือนข้าพเจ้าให้หยุดวิจารณ์ “เพราะหลวงพ่อเป็นหมอดูอย่างชนิดมีเบื้องหลัง สักวันหนึ่งจะเข้าใจเองว่าท่านไม่ได้ทำผิดต่อพระศาสนา” แต่ใครเล่าจะยอมเชื่อง่าย ๆ เห็นท่านนั่งคำนวณผูกดวงอยู่ทุกวัน เมื่อรุ่นพี่เห็นข้าพเจ้าไม่เชื่อฟัง และจะเป็นการหาเหตุร้ายใส่ตัวจึงช่วยกันขุดเอาวิชาเคาะกระโหลกของท่านวังคีสะมาใช้กับข้าพเจ้า โดนพี่ ๆ เขกกะโหลกคนละโป๊กสองโป๊กจนหัวน่วม ทำให้นอนหลับสบายหายจากโรคคันปากชอบวิจารณ์จนกระทั่งปัจจุบันนี้ นี่คือบทเรียนเร็วใหม่ บทที่สี่ เรื่อง อย่ายุ่งในเรื่องมิใช่ธุระ

วันแล้ววันเล่าปีแล้วปีเล่า ที่ข้าพเจ้าได้อาศัยเจริญเติบโตขึ้นมาในท่ามกลางผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมคือพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ถ้าจะไม่ได้หัวข้อธรรมใดกลับไปบ้านบ้างก็คงจะผิดวิสัย ผู้รู้จะตำหนิได้ว่าเป็นพวกไร้ปัญญา อุปมาเสมือนทัพพีที่ใช้ตักแกงแม้ทัพพีนั้นนจะถูกใช้ตักใช้ขอดจนกระทั่งสึกไปครึ่งค่อนอันแล้ว ก็ยังไม่รู้รสแกงว่ากร่อยว่าเค็มเป็นประการใด ข้าพเจ้าคำนึงเรื่องนี้อยู่หลายปี ในที่สุดจึงได้เริ่มค้นหาพระธรรมใส่ตัว

น่าอับอายในความไร้ปัญญา พอเริ่มค้นหาพระธรรม ข้าพเจ้าก็ยึดเอาศาสนาชนิดที่เป็นเนื้องอกมาแบกไว้จนเต็มล้า เบื้องแรกข้าพเจ้าชอบสะสมเครื่องรางของขลังแปลก ๆ สะสมพระเครื่องรุ่นเก่า ๆ และที่ข้าพเจ้านิยมชมชอบมากที่สุดก็คือ หนังหน้าผากเสือ เพราะถ้าใครมีติดตัวแล้ว จะทำให้มีอำนาจประดุจพยัคฆ์ร้าย หรือเจ้าลายพาดกลอนตัวเขื่องทีเดียว ไม่ว่านักเลงหรือจิ๊กโก๋จะต้องเกรง แต่แล้ววันหนึ่งแม่สุนัขที่ข้างกุฏิคลอดลูกใหม่ ๆ มันคงจะรักและหวงลูกมันมาก พอข้าพเจ้าเดินผ่านไปใกล้ที่อยู่ของมันจึงลอบกัดเอา ในที่สุดข้าพเจ้ากลับถือว่า มันคือเทวทูตมาเตือนสติข้าพเจ้าอย่างดี ข้าพเจ้ากลับเพิ่มความรักใคร่และความสงสารเอ็นดูแม่สุนัขตัวนั้นยิ่งขึ้นเพราะมันเตือนใจให้ได้คิดว่า หนังหน้าผากเสือที่ซึ่งข้าพเจ้าได้มาและมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งนั้นที่แท้ไม่มีอำนาจอะไรเลย แม้กระทั่งสุนัขก็ยังไม่กลัว ยิ่งกว่านั้นในภายหลังข้าพเจ้ายังได้ข้อคิดอีกว่า ถ้าเสือตัวนั้นมันมีอำนาจมันเก่งจริง ข้าพเจ้าคงไม่ได้หนังหน้าผากของมันมาเป็นแน่ เพราะมันเก่งไม่จริงต่างหากเขาจึงถลกหนังของมันมาได้ โชคยังดีที่ข้าพเจ้าไม่เคยไปแสดงอำนาจขู่ใครเพราะความเชื่อมั่นผิด ๆ ในหนังเสือแผ่นนี้ มิฉะนั้นข้าพเจ้าคงจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกถลกหนังเช่นเดียวกับเสือตัวนั้นก็ได้ นี่คือบทเรียนเร็วใหม่ บทที่ห้า เรื่องความงมงาย

เมื่อหนังหน้าเสือใช้ประโยชน์อันใดมิได้ ต่อมาในสมัยอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ข้าพเจ้าจึงได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของสำนักประทับทรงแห่งหนึ่งที่ฝั่งธนฯ ที่นั่นรับสอนอบรมพระธรรมแก่ประชาชนทั่วไป ด้วยการอัญเชิญดวงวิญญาณของพระภิกษุผู้ทรงคุณธรรมสูง ซึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาประทับทรง แล้วคนทรงจึงค่อยสอนถ่ายทอดไปอีกทีหนึ่ง ข้าพเจ้าไปคลุกคลีอยู่ที่นั่นประมาณ ๒-๓ ปี จึงมีบางอย่างทำให้คิดไปว่า “สมเด็จเป็นผู้มีคุณธรรมสูงตลอดชีวิตของพระองค์มีแต่เกียรติประวัติอันดีงาม เหตุไฉนท่านช่างไม่สะอิดสะเอียนที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ในร่างของคนทรง ซึ่งเพียงศีลห้าก็รักษาไม่ค่อยจะข้ามคืน อีกประการหนึ่งขณะที่กำลังเข้าทรง คนทรงเองก็ขาดสติไม่มีความรู้สึกเป็นของตนเอง คนไม่มีสติเขานิยมเรียกว่า “คนบ้า” แล้วสมเด็จจะมาเข้าทรงเพื่อให้คนเป็นบ้าหรือ” เมื่อคิดได้ดังนี้จึงเข้าใจทันที ที่โบราณใช้คำว่า ทรงเจ้าเข้าผี ข้าพเจ้าเชื่อทันทีว่าไม่ใช่ประทับทรงเจ้า แต่มันเป็นการเข้าผีชัด ๆ พอนึกถึงผีข้าพเจ้าจึงรีบเผ่นหนีออกจากสถานที่นั้นทันที เพราะถูกหลอกเสียจนพอแรง นี่คือบทเรียนเร็วใหม่ บทที่หกเรื่องคนหลอกผี?

รสชาติแห่งการขอดข้าวก้นบาตรพระยังไม่จางไปจากใจ รอยไม้เรียวยังไม่จางไปจากผิวหนัง และความระบมของวิชาเขกกระโหลกของท่านวังคีสะยังไม่ทันหายขาด เวลาก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปได้หลายขวบปีจากเด็กวัดมาเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในระยะนี้เองที่ทำให้ข้าพเจ้าห่างวัดไปบ้าง สนุกเฮฮาไปตามประสานิสิตใหม่ขาดการค้นคว้าปฏิบัติธรรมเกือบ ๒ ปี แต่ฟ้าดินยังไม่ถึงกับไร้น้ำใจ ปล่อยเด็กวัดซึ่งตั้งใจปรนนิบัติและเคารพครูบาอาจารย์ตลอดมา ต้องตกไปในความประมาทนานเกินควร ในที่สุดพี่ขจรเทพวัชรการุณ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ศิษย์วัดร่วมกุฏิร่วมอาจารย์เดียวกันมาได้พาข้าพเจ้าไปปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ซึ่งเป็นการปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกาย

ข้าพเจ้าตั้งใจฟังท่านอาจารย์อธิบายหลักและวิธีปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกายจนจบ หลังจากนั้นก็นำมาคิดทบทวนไตร่ตรองหาเหตุผลทั้งทางแง่วิทยาศาสตร์สมัยนิยมที่เรียนมา และในแง่หลักธรรมที่หลวงพ่อเคยอบรมตั้งแต่เป็นเด็กวัด เมื่อเห็นว่าเข้ากันได้ในแง่ของทฤษฎีแล้ว ข้าพเจ้าก็ลงมือปฏิบัติธรรมทันที ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อแต่เพื่อทดลองหาความจริง โดยให้เวลาและผลการทดลองเป็นเครื่องตัดสิน

ก่อนสอบประจำปีไม่กี่วัน ข้าพเจ้าได้ทราบจากพี่ขจรว่า ท่านอาจาย์ทตฺตชีโว ภิกฺขุ จะเปิดการอบรมทายาทภาคฤดูร้อน ข้าพเจ้าตัดสินใจสมัครไปทันที เพราะโอกาสนี้แล้วที่ข้าพเจ้าจะพลาดมิได้ด้วยเหตุผลที่คิดได้ทันทีทันใดสองประการคือ
๑. ข้าพเจ้าต้องการพิสูจน์ด้วยตนเองว่า พระธรรมนั้นมีผลแก่ผู้ปฏิบัติจริงหรือไม่ และการปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกายจะเป็นไปได้เพียงไร
๒. เพื่อพัฒนาตนเองให้สมกับที่เติบโตขึ้นมาจากข้าวกันบาตรพระ อีกประการหนึ่งทั้งที่ข้าพเจ้ายังเป็นนิสิต แต่ก็นึกถึงพระคุณของชาวบ้าน ที่เคยให้ข้าวให้น้ำมิได้ขาดจนกระทั่งมายืนหยัดอยู่ได้เท่าทุกวันนี้ จึงได้ดำเนินการทดแทนพระคุณชาวบ้านเท่าที่จะทำได้ ด้วยการจัดตั้ง โครงการ “มหาวิทยาลัยชาวบ้าน” โดยการให้นิสิตอาสาสมัครออกไปสอนหนังสือแก่ชาวบ้านรอบ ๆ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ไม่ใช่รอบวัดเพราะโอกาสยังไม่อำนวย) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนในสถาบันใด ๆ ได้รับความรู้เพิ่มเติม ทั้งในด้านวิชาอาชีพและความรู้สามัญทั่วไปจะได้นำมาเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แต่มาหวลคิดได้ว่า “ตัวเราเองจะออกไปสอนหนังสือเพื่อพัฒนาเขา แต่ตัวเราได้พัฒนาตัวของเราให้ดีแล้วหรือ” จึงหวังไว้ว่า ถ้าไปอบรมเป็นธรรมทายาทครั้งนี้ คงได้มีโอกาสพัฒนาจิตใจและขัดเกลากิเลสของตนเองให้เบาบางลงไปบ้าง

ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้าและธรรมทายาททุกคนได้พร้อมใจกันสมาทานศีลแปดและสมาทานธุดงค์ แล้วลงมือทำสมาธิทันทีโดยไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีแม้กระทั่งดอกไม้ธูปเทียน ก่อนตีสี่ทุกคนไปที่เต๊นท์อำนวยการเพื่อนั่งทำสมาธิร่วมกันซึ่งทุกคนพูดกันจนติดปากว่า “ไปนั่งธรรมะ” ประมาณตีห้าเกือบครึ่งใกล้จะเปลี่ยนจากวันเก่าเป็นวันใหม่ ทุกคนก็ออกไปรับอรุณพร้อมกันในที่โล่งแจ้ง มิฉะนั้นจะขาดจากธุดงค์ที่สมาทานไว้ ในช่วงอรุณจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น เป็นช่วงที่มีค่าที่สุดในการทำสมาธิ ทุกคนเดินจงกรมกลับไปกลับมาบนท้องทุ่งกว้าง สูดเอาอากาศอันสดชื่นซึ่งหาได้ยากที่สุดในเขตนครหลวงฯ เข้าไว้จนเต็มปอด ในเวลาเดียวกันก็อาศัยดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า เป็นดวงกสิณที่เลิศที่สุด

สายหน่อยหลังจากรับประทานอาหารเช้าและทำธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ น้อยๆ แล้ว ก็เริ่มนังธรรมะจนเกือบเพล หลังอาหารเพลมีเวลาพักผ่อนชั่วครู่ พอบ่อยโมงกว่า ๆ ก็เริ่มนั่งธรรมะอีก เนื่องจากอากาศตอนบ่ายค่อนข้างร้อน ท้องก็อิ่ม และตื่นแต่ดึกทุกคืนทำให้ทุกคนบังเกิดถีนะมิทธะ คือความง่วงเหงาซึมเซาอย่างยิ่ง มันอยากจะนอนท่าเดียว พอนั่งได้ไม่เกินสิบห้านาทีก็เริ่มจะง่วง พอรู้สึกเคลิ้มๆ ทีไร เสียงเตือนของท่านอาจารย์ก็ดังมาเตือนได้จังหวะทุกที มันเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาทว่า “ธรรมทายาททั้งหลาย…เธออย่าได้เป็นเช่นช้างอมงวงเลย” เพียงประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวมันทำให้ทุกคนทั้งเจ็บทั้งอายยิ่งกว่าเสือที่ถูกลบลายทิ้งเสียอีก ความง่วงถูกสลัดทิ้งไปเหมือนเมื่อครั้งอยู่วัดตอนแรกแล้วนอนตื่นสาย หลวงพ่อท่านจึงใช้น้ำสาดเข้าไปในมุ้งมันสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาทีเดียว

เมื่อยามสองทัพเข้าประจัญบาน เท้าทั้งสี่ของพญาช้างสารย่อมใช้กระทืบและเหยียบย่ำข้าศึก หางย่อมใช้ปัดป้องธนูและหอกซัดซึ่งวิ่งมาจากเบื้องหลัง สีข้างย่อมใช้เบียดสิ่งกีดขวางให้พังพินาศงาย่อมใช้ทิ่มแทงข้าศึก หัวย่อมใช้ยันกำแพง หูย่อมปัดป้องธนูและหอกที่ซัดมาจากทิศทั้งสี่ และที่สำคัญที่สุดงวงจะต้องยื้อแย่งกระชาก แม้หอกดาบซึ่งอยู่ในมือของศัตรู แล้วซัดกลับไปทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ช้างอย่างนี้จึงได้ชื่อว่าช้างแก้ว เป็นสุดยอดปรารถนาของจอมทัพ ได้ช้างแก้วเช่นนี้เพียงหนึ่งเชือกก็อาจจะสามารถทำลายล้างกองทัพช้างจำนวนมากของศัตรูให้สิ้นไปได้ ตรงกันข้ามกับช้างชั้นเลวทั้งหลาย เมื่อถึงคราวประจัญบานต่างเอางวงใส่ปากอมไว้ด้วยกลัวเจ็บ ทั้งนี้เนื่องจากงวงเป็นจุดอ่อนที่สุดภายในร่างกายของช้าง ถูกกระทบนิดหน่อยก็เจ็บ ช้างชนิดนี้ไม่มีใครปรารถนา เป็นช้างเสนียดมีแต่จะถูกฆ่าทิ้ง เพราะมันเป็นช้างอมงวง

ทุกคนมาสถานที่นี้เพื่อมาปฏิบัติ อุปสรรคของการปฏิบัติธรรมก็คือ ความง่วง ถ้าผ่านด่านนี้ไม่ได้ การปฏิบัติธรรมครั้งนี้ก็ย่อมไม่มีความหมาย ฉะนั้นถ้าใครนั่งง่วงก็กลายเป็นคนไร้สมรรถภาพ ไม่น่าจะปรารถนาไม่สมควรให้อยู่ในหมู่ ถ้าเปรียบกับช้างก็เป็น “ช้างอมงวง” ฉะนั้น คำเตือนของท่านอาจารย์ประโยคนี้จึงแทงเข้าไปในขั้วหัวใจไม่ลืมเลย โดยเฉพาะเวลาได้ยินเสียงระฆังปลุกในตอนเช้ามืดยังอยากจะนอนต่อถึงจะเอาสวรรค์มาแลกกับที่นอนก็ไม่คิดจะแลกด้วย เพราะมันน่านอนจริง ๆ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าจะกลายเป็นช้างอมงวงเท่านั้น ข้าพเจ้าก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาพร้อมกับคิดว่า ถ้าจะเป็นช้างก็ขอเป็นช้างที่สู้ตายกลางดึกเถิด อย่าต้องถูกความง่วงเชือดตายดังเช่นช้างอมงวงถูกครวญเชือดตายเลย

ช้างศึกเมื่อตกหล่ม แม้ใช้ช้างอื่นช่วยฉุดก็ยังขึ้นมาหาได้ไม่ มีแต่คอยความตายอยู่ในปลักโคลนนั้นประการเดียว ครั้นช้างนั้นได้ยินเสียงกลองศึกรัวกระหน่ำเข้า ความท้อถอยก็หาย ความตายก็ไม่หวั่น ความเหี้ยมหาญกลับกำเริบ ทุกขุมขนพลันมีพลังอย่างล้นปรี่ สองหูชูชัน สี่เท้าถีบทะยานกระโจนพ้นจากหล่มมฤตยูโดยง่ายดายพร้อมกับแปร๋น ๆ เข้าสู่สมรภูมิทันที ข้อนี้ฉันใดแม้ธรรมทายาทก็ฉันนั้น ยามเมื่อได้ยินระฆังย่ำและคำเตือนของครูอาจารย์ แม้จะง่วงแสนง่วง แม้จะเพลียแสนเพลีย แต่ยังเดินประคองคบไฟย่ำโคลนตัดทุ่งไปสู่สถานปฏิบัติธรรมด้วยความกระชุ่มกระชวยเพราะธรรมทายาททั้งหลายต่างมิใช่ช้างอมงวง

สิบสี่คืนกับอีกสิบสี่วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายคนบรรลุธรรมกาย หลายคนได้ดวงปฐมมรรค ส่วนข้าพเจ้ายังมิได้ดวงตาเห็นธรรมแต่ประการใดดังเช่นคนอื่น เพราะแต่ละคนทำบุญทำบาปไว้ไม่เหมือนกัน อีกประการหนึ่งเช่นแข่งเรือแข่งแพพอแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาแล้วไซร้ก็ป่วยการ ดังนั้นข้าพเจ้าก็พลอยยินดีกับผู้ได้ดวงตาเห็นธรรม ส่วนตนเองก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอไป สักวันหนึ่งคงได้ดวงตาเห็นธรรมกับเขาบ้างเป็นแน่ ผลจากการบำเพ็ญตนเป็นผู้มีศีล และเจริญสมาธิเพื่อให้เกิดปัญญาในครั้งนี้ทำให้ทุกกคนที่เข้ารับการอบรมเป็นธรรมทายาทได้รู้จักพระพุทธศาสนาส่วนที่เป็นแก่นเป็นเนื้อหาจริง ๆ ไม่ติดอยู่แค่เปลือกของศาสนา คือพิธีการใด ๆ ไม่ทึกทักเอาของนอกศาสนา เช่น ของขลังต่าง ๆ มาปนเปกับของจริง คือพระธรรมล้วน ๆ จะได้รู้ว่าการปฏิบัติธรรมตามแนวพระพุทธศาสนาที่แท้ก็มีเพียงสามประการคือ ให้เป็นผู้มีศีลธรรม หมั่นเจริญสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา เว้นจากการปฏิบัติธรรมทั้งสามประการนี้แล้ว การปฏิบัติอย่างอื่นเป็นเรื่องของนอกศาสนาทั้งสิ้น

ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนาและสถาบันการศึกษาของตน พวกเราได้พร้อมใจกันให้ของขวัญพระอาจารย์ด้วยการสมาทานศีลห้า เพื่อนำมารักษาไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เราจะตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อประโยชน์แห่งตนและประเทศชาติตลอดไป เราผู้ใดได้รับมรดกในทางธรรมของพระศาสดา จะไม่ยอมตายเปล่าดังเช่นช้างอมงวง

ข้าพเจ้าตรึกอยู่ในธรรมเช่นนี้ตั้งแต่ออกจากศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมจนกระทั่งถึงบ้าน แล้วกลับไปกราบเท้าเยี่ยมหลวงพ่อผู้มีพระคุณแต่ครั้งยังเยาว์ที่วัดบวรฯ หลวงพ่อยังผูกดวงดูหมออยู่เช่นเดิม สักพักเห็นแขกเหรื่อแต่ละคนเดินหน้าบานยิ้มย่องผ่องใสกลับไป ข้าพเจ้าเพิ่งเข้าใจว่าทำไมพวกพี่ ๆ จึงว่าหลวงพ่อดูดวงมีเบื้องหลังวันนี้เอง ที่แท้ท่านมีดวงโหราศาสตร์ตั้งเป็นโล่ห์ไว้ข้างหน้า แต่มีดวงทานดวงศีลอยู่ข้างหลัง ซึ่งถ้าใครประพฤติปฏิบัติตามดวงพิเศษสองอย่างที่หลวงพ่อสอนได้ ย่อมได้รับความสุขไปตลอดชีวิต ส่วนดวงสมาธิ ดวงปัญญาหลวงพ่อไม่ค่อยมีโอกาสผูกให้ใครเพราะชาวโลกทั้งหลาย ยังรักจะเป็นช้างอมงวง มิน่าเล่า ท่านจึงไม่ยอมสอนวิชาผูกดวงแก่ข้าพเจ้า กลับแนะนำให้ไปอบรมธรรมทายาท

คบเพลิงที่ส่องสว่างอยู่รอบ ๆ ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมในยามค่ำคืนได้ดับมอด แต่ความสว่างในดวงใจของธรรมทายาทนับวันจะลุกโชติช่วงยิ่งขึ้น คบเพลิงที่สว่างอยู่ในดวงใจคือพระธรรมนี้จะถูกนำไปต่อให้กับสาธุชนทั่วไป สักวันหนึ่งในอนาคตความสว่างไสวจากคบเพลิงในดวงใจที่ได้ช่วยจุดต่อกันไปไม่รู้จบ คงจะทำให้ประเทศชาติไทยได้กลับเข้าสู่ความมีสันติสุข ร่มรื่นอยู่ในรสของพระพุทธธรรม ดั่งเช่นสมัยปู่ย่าตายายตลอดเวลาอีกนานแสนนาน

บอตสวานาเสนอนำช้างป่ามาเป็นอาหารสัตว์

เนื้อช้างบรรจุกระป๋อง ทางออกของปัญหาช้างล้นป่าในบอตสวานา
บีบีซีรายงานว่า ทางการบอตสวานาเตรียมยกเลิกกฎห้ามล่าช้าป่าที่บังคับใช้มานาน 4 ปี หลังจากได้ปรึกษากับภาคประชาสังคมมานานหลายเดือน เกี่ยวกับแนวคิดของรัฐบาลที่เตรียมอนุญาตให้มีการล่าช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติมากถึง 130,000 ตัว เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเนื้อช้างบรรจุกกระป๋องสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์

รายงานระบุว่า จำนวนช้างในประเทศบอตสวานานั้นเพิ่มจำนวนมากถึงถึงหลักแสนตัว หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรกาห้ามล่าช้างเมื่อปี 2014 จึงส่งผลให้มีช้างตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนมากขึ้น และเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแล้ว โดยเฉพาะระหว่างช้างกับมนุษย์ ที่พบว่าบรรดาช้างป่าเหล่านี้ได้เข้าไปทำลายพืชผลของเกษตรกรจนได้รับความเสียหาย

แนวคิดการยุติกฎห้ามล่าช้างครั้งนี้มีขึ้นจากนาย Mokgweetsi Masisi ผู้นำคนใหม่บอตสวานาซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี2018ที่ผ่านมา ได้ขอให้คณะรัฐมนตรีทบทวนการห้ามล่าสัตว์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประธานาธิบดีคนก่อนหน้านี้ประกาศใช้ รัฐบาลบอตสวานาได้เปิดรับฟังเสียงของประชาชนหลายครั้ง รวมถึงองค์กรต่างๆจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่ระบุว่า การแก้กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของประเทศ โดยสรุปข้อเสนอได้ดังนี้

ยกเลิกการห้ามล่าช้าง

บริหารจัดการประชากรช้างให้อยู่ในพื้นที่เดิม

กำหนดเขตล่าเพื่อทำหน้าที่เป็นกันชนต่อชุมชนและป่า

หามาตรการลดจำนวนประชากรช้างอย่างเป็นประจำ เส้นทางอพยพของสัตว์ป่าที่ “ไม่เป็นประโยชน์ต่อความพยายามในการอนุรักษ์ของประเทศ” ควรถูกปิด

ทั้งนี้ มาตรการห้ามล่าช้างของบอตสวานานี้ นับว่าเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในแอฟริกาที่ออกกฎในลักษณะดังกล่าว ต่างจากประเทศอื่นๆที่อนุญาตให้สามารถล่าช้างเพื่อเกมส์กีฬาได้ อย่างไรก็ดี มาตรการยกเลิกห้ามล่าช้างดังกล่าวได้รับเสียงวิจารณ์อย่างมากจากบรรดาองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า การที่ช้างเพิ่มปริมาณมากขึ้นนั้นมีหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งมาจากการที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ช้างจึงออกจากถิ่นอาศัยเดิมของพวกมัน รวมถึงจากข้อมูลของการสำรวจประชากรช้างทั้งทวีปแอฟริกาเมื่อปี 2016 พบว่า ตัวเลขประชากรของช้างระหว่างปี 2007-2014 มีจำนวนลดลดงราว 30% หรือประมาณ 144,000 ตัว

วิกฤตปัญหาช้างไทย

ปัญหาของช้างป่า คือจำนวนประชากรช้างป่าจะกระจายกันอยู่ตามผืนป่าอนุรักษ์ ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าผืนเล็กๆไม่ต่อเนื่องกัน ทำให้ช้างตกอยู่ในสภาพคล้ายติดเกาะ ไม่สามารถข้ามไปมาระหว่างพื้นที่ได้ ส่งผลให้เกิดการผสมพันธุ์ภายในหมู่เครือญาติ (Inbreeding) ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดลักษณะด้อย เกิดโรคทางพันธุกรรม นำไปสู่การเสียชีวิตและการสูญพันธุ์ในที่สุด 

ปัญหาพื้นที่ป่าถูกทำลาย

  • การทำลายป่าไม้เพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม การที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรเพื่อส่งออก เป็นปัจจัยสำคัญซึ่งทำให้เกิดการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า เพื่อความต้องการพื้นที่สำหรับใช้เพาะปลูก 
  • การเลี้ยงสัตว์ในเขตพื้นที่ป่า การปศุสัตว์ในปัจจุบันนอกจากจะมีการเลี้ยงสัตว์เป็นระบบฟาร์มซึ่งมีระบบการจัดการเป็นอย่างดีแล้ว การเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิมก็ยังคงมีอยู่ คือ การเลี้ยงโดยปล่อยให้สัตว์เข้าไปหากินเองในป่า ซึ่งอาจเข้าไปแย่งหรือทำลายอาหารของสัตว์ป่า และอาจติดโรคจากสัตว์ป่าหรืออาจนำโรคติดต่อไปสู่สัตว์ป่าด้วย 
  • ไฟป่า ปัจจุบันการเกิดไฟป่าล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เป็นการทำลายพืชอาหารของช้างป่า 
  • โครงการพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่ป่า โครงการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ป่าย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ของป่า และสัตว์ป่า เช่น การสร้างเขื่อนซึ่งเป็นการแยกป่าธรรมชาติออกจากกัน การตัดถนนผ่านป่าก็เช่นกันแล้วยังเป็นการทำให้มนุษย์เข้าไปรบกวนสัตว์ป่าได้ง่ายขึ้นด้วย

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้าง 

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเกิดขึ้นมานานนับตั้งแต่คนเข้าไปในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหากินของช้าง เกิดปัญหารุนแรงถึงขั้นต้องฆ่าช้าง และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้น ประเด็นของการเกิดข้อขัดแย้ง คือ ปัญหาการแย่งใช้พื้นที่ราบริมแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และแหล่งหลบภัยที่สำคัญของช้าง ในฤดูฝนที่ยังมีอาหารสมบูรณ์ ช้างสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่เมื่อถึงฤดูแล้งอาหารและน้ำขาดแคลน ช้างจึงต้องเข้ามาหากินผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่เกษตรกรรมของมนุษย์ ปัญหานี้ได้เกิดกับหลายประเทศ ซึ่งมีการลดปัญหาลงได้บ้าง ในประเทศไทยยังมีพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งค่อนข้างรุนแรง 7 พื้นที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติทับลาน-ปางสีดา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง 

ปัญหาด้านการขยายพันธุ์

  • อัตราส่วนระหว่างช้างเพศผู้และเพศเมียในวัยเจริญพันธุ์ไม่เหมาะสม การล่าช้างเพศผู้เพื่อเอางา ทำให้ช้างมีงาที่ควรจะเป็นพ่อพันธุ์ลดลง ส่งผลให้พันธุกรรมของช้างงาลดลง เกิดการจำกัดความหลากหลายทางพันธุกรรม 
  • การผสมเลือดชิด (Inbreeding) การที่ช้างอยู่ในพื้นที่ที่มีถนนหรือสิ่งกีดขวางใดๆที่ทำให้ช้างไม่สามารถเดินทางติดต่อระหว่างพื้นที่หากินต่างๆ คล้ายกับการติดเกาะ ทำให้ช้างเกิดการผสมพันธุ์กันภายในประชากรเดียวกันและอาจเกิดการผสมพันธุ์ในหมู่เครือญาติ เกิดการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด โอกาสเกิดลักษณะด้อยสูง ช้างมีความไม่สมบูรณ์หรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมต่างๆสูงขึ้น

ปัญหาการล่าช้าง

  • การจับลูกช้างป่า มักดำเนินการโดยชาวกูยหรือชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยในพื้นที่แนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเป็นแหล่งที่มีช้างป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนิยมจับลูกช้างป่ามาขาย เพราะสามารถจับได้ไม่ยากนักและขนส่งได้ค่อนข้างสะดวก อีกทั้งตลาดการค้าช้างต้องการลูกช้างมากกว่าช้างวัยรุ่น บริเวณที่มีการจับลูกช้างมาขาย ได้แก่ พื้นที่แถบชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ลงไป อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ระนอง และแถบชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ผู้รับซื้อส่วนมากคือกลุ่มฝึกช้างจาก ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เพื่อนำไปฝึกแสดงละครช้างเร่ หรือแสดงตามปางช้างเอกชน โรงแรม และรีสอร์ท การนำลูกช้างออกจากป่านั้นจำเป็นต้องฆ่าแม่ช้างก่อน เพราะแม่ข้างจะหวงลูกมากและลูกช้างจะอยู่กับแม่ตลอดเวลา ลูกช้างที่ยังไม่หย่านม ในช่วงอายุ 8 เดือน-2 ปี จะมีปัญหาทางสุขภาพ เช่น ท้องเสีย กระดูกบาง และต้องตายในที่สุด 
  • การล่าช้างเอางา การค้างาช้างในประเทศไทยมีมานานนับเป็นพันปี งาช้างส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้แกะสลักเพื่อเป็นเครื่องประดับ และเครื่องบูชาที่มีมูลค่าสูง แหล่งแกะสลักงาช้างที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยคือ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และกรุงเทพฯ ลูกค้าที่นิยมซื้องาช้างมักเป็นนักท่องเที่ยวจากเอเซียตะวันออก เช่น จีน ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น เป็นต้น 
  • การล่าช้างเพื่อเอาอวัยวะอื่นๆ การล่าช้างเพื่อเอาอวัยวะ เช่น งวง หาง และอวัยวะเพศของช้างตัวผู้ เป็นผลพลอยได้จากการล่าช้างเอางาหรือลูกช้างเท่านั้น

ปัญหาด้านขาดการจัดการ

  • การขาดหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องช้างโดยตรง ทำให้ไม่มีการจัดการที่มีระบบระเบียบแบบแผนที่เหมาะสม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับช้างป่าในปัจจุบันคือ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีภาระหน้าที่มากมายหลายด้าน ทำให้การจัดการช้างป่าในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอ 
  • การขาดแคลนบุคลากร การมีบุคลากรไม่เพียงพอทำให้การดำเนินงานไม่มีประสิทธิผลเพียงพอ เช่น การขาดแคลนนักวิจัย ทำให้ขาดข้อมูลพื้นฐานและความรู้ที่ทันสมัย ทำให้ขาดข้อมูลที่จะนำไปใช้งานได้ การขาดแคลานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทำให้การดูแลป้องกันพื้นที่เป็นไปอย่างจำกัด 
  • การขาดแคลนงบประมาณ การขาดแคลนงบประมาณในการดำเนินงานทำให้กาดำเนินการต่างๆเป็นไปอย่างจำกัดและไม่ต่อเนื่อง เช่น การตรวจจับผู้ลักลอบกระทำผิดในการล่าช้าง บุกรุกพื้นที่ป่า และการขาดงบประมาณในการวิจัยก็ทำให้ไม่ได้ข้อมูลที่จำเป็นด้วย 
  • การขาดแผนแม่บทในการจัดการช้างป่า เนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ ทำให้ขาดข้อมูลด้านปัญหา และข้อมูลที่ทันสมัย รวมถึงแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ที่เพียงพอในการจัดทำแผนแม่บท ส่งผลให้การดำเนินงานเกี่ยวกับช้างป่าขาดทิศทางที่แน่นอน มีเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และบางครั้งเกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน 
  • การขาดการประชาสัมพันธ์ให้เห็นคุณค่าของช้างป่า การประชาสัมพันธ์จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหาของช้างป่า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์จากสาธารณชนอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ