แม่ช้าง และลูกๆช้าง
ลูกช้างกำลังสนุก
ลูกช้างกับเพื่อนใหม่
ลูกช้างกำลังลองสิ่งใหม่
Slider

รวมที่เที่ยวขี่ช้างที่มี “ลูกช้าง” เกิดใหม่ คนรักช้างต้องถูกใจสิ่งนี้

ใครที่อยากเล่นกับลูกช้าง แต่ไม่รู้ว่ามีที่ไหนบ้าง วันนี้ Helena ได้รวบรวมที่เที่ยวขี่ช้างที่มีลูกช้างตัวน้อยมาให้พวกเราแล้ว บอกเลยแต่ละที่ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะมีลูกช้างเกิดใหม่ทุกที่ บางตัวอายุไม่ถึงเดือน เหล่าสาวกที่รักช้างคงเคยแอบเห็นมันตอนเล็ก ๆ แล้วสินะว่าพวกมันน่ารักขนาดไหน เอาล่ะ! ไปดูที่แรกกันเลย  PreviousNext

1. ปางช้างแม่สา จ. เชียงใหม่

ใครที่รู้จักเจ้า “ขุนศึก” ช้างน้อยตัวป่วนที่อ้อนควาญช้างมาเล่นด้วยตอนทาสีคอกต้องมาที่นี่เลย แถมตอนนี้มีลูกช้างตัวใหม่มาเพิ่มอีกตัวแล้วนะ ชื่อน้อง “กาสะลอง เพิ่งเกิดเมื่อ 18 ก.ย. นี้เอง เป็นน้องสาวของ “น้ำเพชร” เจ้าแม่แห่งวงการสไลเดอร์ที่ใครหลายคนเคยเห็นคลิปผ่านโซเชียล แล้วก็ยังมีน้อง “น้ำทิพย์” ช้างน้อยจอมลั้นลาที่ชอบเล่นกับกับคนอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นที่เที่ยวขี่ช้างที่มีลูกช้างเยอะจริง แล้วยังเป็นปางช้างอันดับต้น ๆ ของประเทศ มีโชว์ความสามารถของน้องช้างให้เราดูด้วย

2. แคมป์ช้างทวีชัย จ. กาญจนบุรี

ที่เที่ยวที่มีลูกช้างอีกที่หนึ่งคือแคมป์ช้างทวีชัย มาเจอกับ “น้องขมิ้น” ช้างน้อยเกิดใหม่ลูกสาวแม่มาลัย น่ารักจัด! ตอนนี้น้องอายุเดือนกว่าแล้ว ชอบเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ แต่พอจะอาบน้ำให้จริง ๆ น้องจะวิ่งหนี อีกอย่างหนึ่งคือน้องกลัวคุณหมอมาก แอบหลบหลังเสาตลอด ใครที่ชอบลูกช้างก็มาเล่นมาเยี่ยมชมน้องได้ ส่วนเรื่องบรรยากาศบอกเลยว่าดี ที่นี่ไม่ร้อน เป็นที่เที่ยวขี่ช้างที่ธรรมชาติมาก ราคาไม่แพง ด้านหลังมีแม่น้ำให้เราขี่ช้างอาบน้ำได้ด้วย

3. วังช้างอยุธยา แลเพนียด จ. พระนครศรีอยุธยา

อีกหนึ่งที่เที่ยวที่มีลูกช้างใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ก็ต้องวังช้างอยุธยาแหละนะ เป็นที่เที่ยวขี่ช้างที่ใครก็รู้จัก ตอนนี้มีช้างน้อยตัวใหม่ที่คลอดไม่ถึงเดือน เป็นช้างเชือกที่ 87 แม่น้องชื่อดอกโสน แต่ไม่รู้ว่าน้องชื่อดอกอะไร ใครอยากไปหาน้องก็ไปได้เลย มีช้างเผือกด้วยนะ แล้วจะบอกว่าที่นี่เลื่องลือเรื่องเครื่องรางตะกรุดหางช้างขนขาวมาก ใครอยากได้ไว้บูชาให้ตัวเองแคล้วคลาดปลอดภัย ร่ำรวยเงินทองก็ไปดูได้ ดาราดัง ๆ ใส่กันเยอะอยู่นะ

4. Elephant Hills เขาสก จ.สุราษฏร์ธานี

ยกให้เป็นเดอะเบสต์ของที่เที่ยวขี่ช้างที่สวยที่สุดเลย ใครที่รักช้างและชอบธรรมชาติที่ออกแนวป่า ๆ หน่อย ต้องห้ามพลาด เพราะที่นี่เลี้ยงช้างแบบปล่อยให้เขาสัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง เห็นน้องช้างเดินว่อน ๆ แบบนี้ไม่ต้องกลัวนะ เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ โดยรวมถือว่าดีมาก มีที่พักติดกับภูเขาและทะเลด้วย แถมน้องช้างก็น่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย ส่วนลูกช้างตัวน้อยรับรองว่ามีแน่นอน ไม่รู้ว่าชื่ออะไรบ้าง แต่บอกไว้ก่อนว่าไปแล้วไม่มีทางผิดหวัง

5. หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ.สุรินทร์

ที่เที่ยวขี่ช้างที่นี่จะเป็นหมู่บ้านช้างที่แต่ละบ้านจะมีช้างเป็นของตัวเอง เป็นหมู่บ้านที่เลี้ยงช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีช้างกว่า 200 เชือก หนึ่งในนั้นก็คือเจ้า “บุญลือ” ลูกช้างที่ชื่นชอบการคลุกกับโคลนเป็นอย่างมาก หลุมไหนมีน้ำลื่น ๆ บุญลือลงหมด แถมยังมีเจ้า “นพรัตน์” แสนซน ใครที่ชอบบรรยากาศสนุก ๆ แนวลุย ๆ ต้องมา เพราะช้างที่นี่อารมณ์ดี ขี้เล่นมากเวอร์ น้องจะต๊อง ๆ หน่อย มีลูกช้างให้เล่นมากกว่าเจ้าสองตัวนี้แน่นอน ได้เห็นวิถีคนกับช้างด้วย

เปิดภาพช้างในวัฒนธรรมท่องเที่ยวศรีลังกา “สภาพผอมโซ”

องค์กรอนุรักษ์ ตั้งคำถามช้างในศรีลังกาที่ใช้ในธุรกิจท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมีสภาพผอมโซ เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ขาดการดูแลทางสวัสดิภาพ ขณะที่นักวิชาการไทย ระบุควรรักษาสายพันธุ์ช้างก่อนเสี่ยงสูญพันธ์ุ

วันนี้ (14 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก สัตว์:สิทธิและโอกาส – Thailand Animal Rights Alliance ได้เผยแพร่ภาพที่ช้างที่มีสภาพผอมโซเห็นหนังหุ้มกระดูก จำนวน 4 ภาพ พร้อมระบุว่าเป็นช้างที่ถูกนำมาใช้ในธุรกิจท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การทารุณกรรมชีวิตช้าง ที่ฉาบเคลือบด้วยคำอ้างแห่งวัฒนธรรม สภาพร่างช้างแก่คราวทวด ที่สภาพของร่างกายเหมือนซากศพเดินได้นี้คงไม่ต้องอธิบายกันว่า ชีวิตของเค้าถูกสูบเลือดสูบเนื้อใช้ประโยชน์ โดยไม่มีสวัสดิภาพชีวิตรองรับและอยู่อย่างทารุณกรรมมายาวนานขนาดไหน? 

Tara ระบุว่า สภาพร่างที่เสมือนซากศพเดินได้นี้ ต้องเดินแบกน้ำหนักของชุดไฟตั้งแต่หัวค่ำยันใกล้รุ่งทุกวัน ผิวหนังและดวงตาต้องทนกับความแสบร้อนของหลอดไฟ และเครื่องจ่ายไฟที่ประกบติดกับลำตัว ต้องเดินท่ามกลางเสียงอึกทึกจากการจุดประทัดและเครื่องเสียงตลอดทาง เดินย่ำไปบนท้องถนนที่แสบร้อนท่ามกลางควันไฟที่หนาทึบจากการจุดประทัดและเผาเนื้อมะพร้าว

ระบุช้างถูกพันธนาการด้วยโซ่

หนำซ้ำเท้าทั้ง 4 ผูกโซ่อย่างแน่นหนาเดินไปบนท้องถนนที่เสียงโซ่กระทบดังไปตลอดทาง ไม่มีใครมองเห็นร่างกายที่ผอมเกร็ง อ่อนล้า ที่ซ่อนภายใต้ผืนอาภรณ์ที่ประดับ และไม่มีใครใส่ใจมองเห็นร่องรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนตามขาและร่างกายที่ถูกหอกทิ่มแทงมาไม่รู้กี่สิบปี กลางวันก็ถูกพันธนาการยืนจมอึฉี่ตัวเองแทบจะตลอดเวลา เพื่อเป็นสิ่งของประกอบความน่าศรัทธาภายใต้คำว่าวัฒนธรรม 
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ล้วนเกิดจากคำอ้างของมนุษย์บางคนชอบเอ่ยถึงแต่คำว่าวัฒนธรรมนั้นแตะต้องไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วกิจกรรมมนุษย์ต่างๆที่เกิดขึ้น ที่จนกลายเป็นคำอ้างว่าวัฒนธรรมนั้น ต่างก็ล้วนถูกปรุงแต่งตลอดเวลา อย่างการนำชีวิตช้างมาใช้ในเทศกาลเพราเฮลานี้ ก็พึ่งจะมีมาไม่ถึง 70 ปี

ก่อนหน้านี้ ดั้งเดิมเป็นเพียงพิธีกรรมการเดินขอฝนที่อัญเชิญสิ่งมงคลของชาวบ้าน แต่ด้วยเม็ดเงินของธุรกิจการท่องเที่ยวที่เติบโต เริ่มมีการนำช้างมาใช้ประดับบารมีและวัฒนธรรม เพื่อสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ เริ่มต้นจากเพียงแค่ 1 วัด ปัจจุบันกลายเป็นการขยายไปทั่วหลายพื้นที่ เพื่อแย่งชิงความสนใจของนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ของตน จนลืมแก่นแท้ทางพุทธศาสนาคือเมตตา
เรา Tara อยากให้ทุกคนลองคิดดูว่า กิจกรรมสิ่งที่เราสามารถเอ่ยเรียกวัฒนธรรมและประเพณีนั้นด้วยความภูมิใจได้ มันควรจะเป็นการกระทำแบบไหน? ควรเป็นการกระทำที่อยู่บนพื้นฐานที่มีแต่สิ่งที่ดีต่อทุกสรรพชีวิต หรือเป็นกิจกรรมที่เอาแต่ประโยชน์ส่วนตนแต่ยืนอยู่บนพื้นฐานการทารุณกรรมชีวิตอื่นๆ 

และยิ่งโลกยุคปัจจุบัน ที่ประชาคมโลกส่วนมากต่างตื่นรู้เกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์และการทารุณกรรมสัตว์ที่ไม่อาจยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ และเป็นยุคที่ข่าวสารไปไว เพราะหลังจากภาพเหล่านี้ถูกโพสจากผู้พบเห็น เรื่องสลดใจนี้ลงเพียง 1 วัน เรื่องนี้ต่างถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วยระยะเวลาอันสั้น เกิดการตั้งคำถาม ประนาฌ เรียกร้องจากทั้งสังคมโลก ให้ทางการศรีลังกา ยุติการทารุณกรรมสัตว์จากการใช้ประโยชน์จากชีวิตช้างโดยการอ้างวัฒนธรรมแต่ส่งผลลบต่อชีวิตอื่น เพราะในศตวรรษที่ 21 นี้ที่รูปแบบของการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปสู่การท่องเที่ยงเชิงรับผิดชอบ นักท่องเที่ยวหมู่มากจากทั่วโลกต่างไม่ยอมรับต่ออะไรก็ตามที่เป็นการทำร้ายสัตว์และธรรมชาติอีกต่อไป 

ช้างป่า ความรู้เกี่ยวกับช้าง

เปิดภาพช้างในวัฒนธรรมท่องเที่ยวศรีลังกา “สภาพผอมโซ”

นิสัยของช้าง เป็นอย่างไร

นิสัยของช้าง

ช้างเอเชียรวมทั้งช้างไทยเป็นสัตว์ที่ฉลาด นอกจากนี้ยังมีความสุภาพ สะอาด มีความจำดี รักเจ้าของ อดทนและจำกลิ่นที่เคยชินได้ สังเกตได้จากพฤติกรรมที่ช้างจะใช้เท้าลองเหยียบเพื่อหยั่งดูว่า พื้นดินบริเวณใดอ่อนทานน้ำหนักตัวไม่ได้ ช้างจะเลี่ยงไม่เหยียบพื้นดินบริเวณนั้น ช้างจะดุร้ายเฉพาะตอนที่ตกมันเท่านั้น ซึ่งจะจำใครไม่ได้แม้แต่คนเลี้ยง
ชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย  ในประเทศไทยมีช้างป่าอยู่แทบทุกจังหวัดที่มีป่าสูง พบมากในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ สระบุรี ปราจีนบุรี และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ช้างป่ามักอยู่รวมกันเป็นฝูงหรือโขลง ในแหล่งที่มีหญ้าและน้ำอุดมสมบูรณ์ อาจพบโขลงช้างตั้งแต่ 30-50 เชือก ถ้าภูมิประเทศแห้งแล้ง จำนวนช้างในโขลงอาจมีเพียง 10-20 เชือกหัวหน้าโขลงเป็นช้างพลายที่แข็งแรงที่สุด จะทำหน้าที่เดินนำหน้าโขลง คอยปกป้องอันตรายให้แก่ช้างในโขลง ตลอดจนนำไปหาอาหารในแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนช้างที่แยกไปอยู่ตามลำพัง เรียกว่า ช้างโทน มักเป็นช้างที่ดุร้ายช้างไทยชอบอากาศเย็น จึงมักอาศัยอยู่ตามละเมาะไม้ที่มีห้วยและลำธาร ไม่ชอบแดดจัด ช้างชอบอาบน้ำบ่อย ๆ ลอยคออยู่ในน้ำได้นาน และว่ายน้ำได้ดี ถึงแม้น้ำจะลึกมาก ช้างก็สามารถชูงวงขึ้นหายใจได้สะดวก ในเวลากลางวันที่แดดร้อนจัด ช้างจะหลบตามใต้ต้นไม้ หากอากาศร้อนมากช้างจะใช้งวงล้วงลึกเข้าไปในปาก เพื่อดูดน้ำจากกระเพาะ และพ่นน้ำไปตามลำตัว เพื่อให้ผิวหนังเปียก ลดความร้อนให้แก่ร่างกาย

อาหารของช้าง

ช้างเป็นสัตว์ไม่กินเนื้อ อาหารส่วนใหญ่ได้แก่ต้นไม้ใบหญ้า ช้างกินอาหารคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัมต่อวัน อาหารของช้างได้แก่
            – หญ้า มีหญ้าหลายชนิดที่ช้างชอบ เช่น หญ้าคา อ้อ หญ้าแพรก หญ้าปล้อง หญ้าปากควาย
            – ไม้ไผ่ เช่น หน่อไม้ และยอดอ่อนของไผ่ป่า ไม่รวก ไผ่ข้าวหลาม
            – เถาวัลย์ เช่น บอดระเพ็ด ส้มป่อย และเถาวัลย์แดง
            – ไม้ยืนต้น ช้างชอบกินทั้งเปลือก ใบ และผล เช่น กล้วย อ้อย ขนุน ไทร สัก มะพร้าว มะขาม มะขวิด
            – พืชไร่ เช่น ข้าวโพด สับปะรด ฟัก แตงโม มะละกอ
            – ดินโป่ง ช้างจะกินดินโป่งเป็นบางเวลา ดินโป่งประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โปแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม
            ช้างป่าชอบกินผลไม้สุก และสามารถจำฤดูที่ผลไม้สุกได้ แม้จะต้องเดินเป็นระยะทางไกล เพื่อมากินผลไม้เหล่านั้นก็ตาม นับได้ว่าช้างมีความจำที่ดีมาก ช้างใช้ปลายงวงเก็บผลไม้ใส่ปากเคี้ยวที่ละลูก หรือบางครั้งก็ใช้หัวชนต้นไม้ เพื่อให้ผลไม้ร่วงลงมาคราวละมาก ๆ แล้วเก็บกินจากใต้ต้น
ช้างที่นำมาเลี้ยงในหมู่บ้านสำหรับใช้งานนั้น คนเลี้ยงจะต้องหาอาหารเสริมที่ช้างชอบ เช่น ข้าวเปลือก กล้วย อ้อย มะละกอ และเติมเกลือลงในอาหาร เพื่อทดแทนดินโป่งที่ช้างเคยกินในป่า บางครั้งยังต้องให้ช้างกินมะขามเปียกปั้นเป็นก้อนใส่เกลือไว้ข้างในด้วย เพื่อใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช้างชอบกินมะขามเปียกมาก ด้วยเหตุนี้เมื่อช้างไม่สบาย คนเลี้ยงจึงมักใช้วิธีใส่ยาไว้ข้างในมะขามเปียกเพื่อให้ช้างกินยาได้ง่ายขึ้น

ลักษณะและธรรมชาติของช้าง

ลักษณะของช้าง

             ช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เลี้ยงลูกด้วยนม มีขาขนาดใหญ่ 4 ขา อุ้งเท้ามีความอ่อนนุ่ม เวลาเดินจึงไม่ค่อยมีเสียง การนอนของช้างนั้น โดยธรรมชาติจะนอนตะแคงลำตัวลงกับพื้น และมีการหาวนอนเช่นเดียวกับคน ช้างจะนอนหลับช่วงสั้น ๆ เพียง 3-4 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 23.00 น. ถึง 03.00 น. ช้างจะไม่นอนกลางวัน นอกจากมีอาการไม่สบายเท่านั้น
            – งวงช้าง คือ จมูกของช้าง มีความยาวจรดพื้น ใช้สำหรับหายใจ จับ ดึง ยก ลากสิ่งของต่าง ๆ รวมทั้งหยิบอาหารเข้าปาก ปลายงวงมีรู 2 รู หลวงตลอดความยาวของงวง งวงช้างไม่มีกระดูกแข็งอยู่ภายใน จึงมีลักษณะอ่อนและแกว่งไปมาได้ง่าย เมื่อต้องการ กินน้ำ ช้างจะใช้งวงดูดน้ำเข้าไปเก็บในงวงก่อน แล้วจึงพ่นน้ำจากงวงเข้าปากอีกต่อหนึ่ง
            – งาช้าง คือ ฟันหน้าหรือเขี้ยวของช้าง งอกออกจากขากรรไกรข้างละกิ่ง งาช้างมีสีขาวนวล เริ่มโผล่ให้เห็นเมื่อช้างอายุประมาณ 2-5 ปี งาช้างเป็นสิ่งที่สวยงามและมีราคามากที่สุดในตัวช้าง งาช้างที่สวยจะมีความโค้งเรียบสม่ำเสมอจนเกือบเป็นรูปครึ่งวงกลม ช้างใช้งาเป็นอาวุธสำหรับป้องกันตัว งาช้าง มี 2 ชนิด คือ งาปลี มีความยาวไม่มาก แต่มีขนาดใหญ่วัดโดยรอบได้ประมาณ 15 นิ้วขึ้นไป งาเครือ หรือ งาหวาย เป็นงาที่มีลักษณะยาวรี มีความกว้างโดยรอบไม่ถึง 14 นิ้ว
            – นัยน์ตา ช้างมีนัยน์ตาเล็กมากเมื่อเทียบกับรูปร่างอันสูงใหญ่ แต่ก็สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ไกลและชัดเจน
            – ใบหู มีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่คล้ายพัด โบกไปมาอยู่เสมอ เมื่อช้างกางใบหูออกจะได้ยินเสียงจากที่ไกล ๆ ได้ดีขึ้น ช้างที่มีอายุมาก ใบหูจะม้วนลงมา ขอบล่างมักเว้าแหว่ง ขอบใบหูที่เหว้าแหว่งนี้อาจใช้คาดคะเนอายุของช้างได้คร่าว ๆ ถ้าขอบใบหูเว้าแหว่งน้อยแสดงว่าอายุยังน้อย ถ้าเว้าแหว่งมากแสดงว่าอายุมาก
            – หาง หางช้างมีลักษณะกลมยาวเรียวลงไปถึงเข่า ที่ปลายหางมีขนเส้นโตดำ ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว เรียงกัน 2 แถว ตลอดความยาวของหาง ประมาณ 6-7 นิ้ว
            – เล็บ ช้างมีนิ้วเท้าสั้นที่สุดจนเห็นอุ้งเท้า มีเล็บโผล่ให้เห็นเป็นบางเล็บ ช้างส่วนมากมี 18 เล็บ คือ เท้าหน้าข้างละ 5 เล็บ เท้าหลังข้างละ 4 เล็บ ช้างบางเชือกมี 16 เล็บ ในขณะที่บางเชือกมีถึง 20 เล็บ

การตั้งท้องและตกลูก
            ช้างตัวเมียที่ร่างกายสมบูรณ์จะเริ่มมีลูกได้ตั้งแต่อายุ 15-16 ปีขึ้นไปจนถึง 50 ปี ตลอดชีวิตของแม่ช้างแต่ละเชือกอาจมีลูกได้ 3-4 เชือก โดยปกติแม่ช้างจะตกลูกได้เพียงครั้งละ 1 เชือกเท่านั้น และจะมีลูกห่างกันราว 3 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการสภาพแวดล้อมของช้างด้วย ช้างบ้านมักจะมีลูกได้น้อยกว่าช้างป่าที่อยู่อย่างอิสระ และไม่ต้องทำงานหนัก
            การผสมพันธุ์ของช้างไม่เลือกฤดู แต่ส่วนใหญ่มักเป็นฤดูร้อน และจะตกลูกราวเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ช้างใช้เวลาตั้งท้องนานประมาณ 221-22 เดือน การตั้งท้องของช้างนั้นสังเกตได้ยาก เพราะช้างมีขนาดตัวที่ใหญ่และอ้วนกลม คนเลี้ยงจึงต้องสังเกตจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของช้าง เช่น อาการอุ้ยอ้าย เต้านมขยาย น้ำนมไหล และไม่ยอมทำงาน เป็นต้น
            สัญชาตญาณอีกอย่างหนึ่งของแม่ช้างก็คือ แม่ช้างมักหาช้างพังด้วยกันไว้เป็นเพื่อน เรียกว่า “แม่รับ” ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยเลี้ยงลูกช้าง แม่รับจะรักและหวงลูกช้างยิ่งกว่าแม่จริงเสียอีก เมื่อช้างใกล้ถึงกำหนดที่จะตกลูกช้างจะหาบริเวณที่มีหญ้าอ่อนหรือพื้นดินนุ่มไว้รองรับลูกที่จะเกิดมา ก่อนตกลูก แม่ช้างจะมีอาการเจ็บท้องและส่งเสียงร้องโอดครวญนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยมักจะตกลูกในเวลากลางคืน
การตกลูก ช้างจะย่อขาหลังทั้งสอง ลดตัวทางส่วนหลังให้ต่ำคล้ายการนั่งยอง ๆ เพื่อไม่ให้ลูกช้างที่เกิดใหม่ ตากจากที่สูง ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
            ลูกช้างที่เกิดใหม่จะมีเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่ แม่รับจะช่วยฉีกเยื้อนี้ออก หรือบางครั้งแม่ช้างก็จะฉีกเอง ลูกช้างจะนอนตะแคงนิ่ง ๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วจึงกระดิกหู หาง งวง และขาอย่างช้า ๆ จากนั้น จะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน และสามารถเดินได้เลย ลูกช้างแรกเกิดมีขนยาว งวงสั้น สูงประมาณ 2-3 ฟุต งวงยาวประมาณ 10-15 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม แม่รับจะช่วยประคับประคองลูกช้างตลอดเวลา จนกระทั่งเข้าไปกินนมแม่ได้ แม่ช้างมีนม 2 เต้า ลูกข้างจะม้วนงวงขึ้นเพื่อใช้ปากดูดนมแม่ ลูกช้างกิน นมแม่นานหลายเดือนถึงแม้จะกินหญ้าได้แล้วก็ตาม แม่รับจะคอยดูแลลูกช้างตลอดจนดาลูกช้างไปหัดกินหญ้าอ่อน ลูกช้างมักซุกซน ทำให้ได้รับอันตรายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เช่น โดนไม้กลิ้งทับ หรือถูกสัตว์ มีพิษกัดแม่รับจึงมีหน้าที่คอยดูแลและระวังภัยให้ลูกช้างเป็นเวลาหลายปี ช้างรักลูกมาก ถ้าลูกช้างตาย แม่ช้างจะโศกเศร้ามาก บางครั้งถึงกับร้องไห้น้ำตาไหล และไม่ยอมกินอาหารเป็นเวลานาน

ลักษณะช้างที่ดี ช้างก็เหมือนมนุษย์

ลักษณะช้างที่ดีช้างก็เหมือนมนุษย์ ย่อมมีลักษณะที่มองดูสวยงามหรือไม่สวยงาม ช้างที่มีลักษณะดี ต้องมีรูปร่างใหญ่โต แข็งแรง ศีรษะ โต แก้มเต็ม หน้าผากกว้าง มีดวงตาแจ่มใส มีขาแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ลักษณะของหลังสูงตรงกลางเล็กน้อย ลาดไปทาง หางอย่างสม่ำเสมอลักษณะของหลังเช่นนี้เรียกว่า “แปก้านกล้วย” ถือกันว่าเป็นลักษณะของช้างดีที่สุด เวลายืนศีรษะจะเชิดขึ้นมอง ดูสง่า ถ้าเป็นช้างงาต้องมีงาใหญ่แข็งแรง และยื่นขนานคู่กันออกมา ไม่บิดหรือถ่างห่างจากกันมากเกินไป ลักษณะของชาย ใบหูควรเรียบไม่ฉีกขาด การสังเกตดูช้างว่ามีสุขภาพดีหรือไม่นั้น มีข้อสังเกตอย่างง่าย ๆ คือ ช้างนั้นจะยืนแกว่งงวงแล ะพับหูไปมา อยู่เสมอ และเดินหาหญ้าหรืออาหารอื่นกินอยู่ตลอดเวลา ที่เล็บเท้าต้องมีเหงื่อซึมออกมาจากโคนเล็บ ซึ่งมองเห็นได้ง่ายจา กรอยเปียกของฝุ่นที่เกาะเท้าช้าง ทั้งนี้เนื่องจากช้างไม่มีต่อมเหงื่อที่ผิวหนังเหมือนมนุษย์เรา ฉะนั้น มันจึงใช้โคนเล็บเป็ นที่ระบายเหงื่อ หรือ ระบายความร้อนออกจากร่างกาย

ช้างเผือกคำว่า ช้างเผือก คำว่า ช้างเผือก เป็นคำสามัญที่คนทั่วไปเรียกช้าง ซึ่งมีผิวหนังเป็นสีชมพูแกมเทา อันเป็นสีที่ผิด แปลกไปจากสีของผิวหนังช้างธรรมดา (ปกติเป็นสีเทาแกมดำ) โดยไม่คำนึงถึงลักษณะอื่น ๆ ประกอบด้วย ฉะนั้น คำว่าช้างเผือกตามความ หมายที่เราเข้าใจกันจึงอาจจะเป็นทั้งช้างซึ่งมีมงคลลักษณะครบหรือไม่ครบก็ได้ เพื่อมิให้เกิดความสับสนในเรื่อง นี้ ทางราชการจึงได้กำหนดศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อช้างซึ่งมีลักษณะพิเศษขึ้นใหม่ ตามพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พุทธศักราช ๒๔๖๕ (ราช กิจจานุเบกษา เล่ม ๓๘ หน้า ๗๕ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๖๔) มาตรา ๔ โดยระบุไว้ว่า “ช้างสำคัญ” ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีมงคลลักษณะ ๗ ประการ คือ ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว ขน ขาว พื้นหนังขาว (หรือสีคล้ายหม้อใหม่) ขนหางยาว อัณฑะโกศขาว (หรือสีคล้ายหม้ อใหม่) ส่วน “ช้างสีประหลาด ให้พึงเข้าใจว่า ช้างที่มีมงคลลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดใน ๗ อย่าง ที่กล่าวไว้ในเรื่องช้างสำคัญจากความ หมายตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ ชี้ให้เห็นชัดว่า “ช้างสำคัญ” คือ ช้างเผือกที่มีลักษณะครบถ้วน สำหรับช้าง เผือกตามความหมายของคนทั่ว ๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่สังเกตจากลักษณะสีของผิวหนังนั้น อาจไม่ใช่ช้างสำคัญหรือช้างเผือกที่มี ลักษณะครบถ้วนก็ได้ เพราะสีของช้างเป็นแต่เพียงมงคลลักษณะข้อ ๑ ในจำนวนมงคลลักษณะ ๗ ข้อ ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่เรียกว่า “ช้างสีประหลาด” เท่า นั้น ดังนั้น ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงไม่ใช้คำว่า “ช้างเผือก” เพราะเกรงว่าจะเข้าใจสับสนกัน
ลักษณะสำคัญของช้างเผือก
เป็นช้างพลายรูปงาม งาขวา – ซ้ายเรียวงาม กายสีดอกบัวแดง ขนตัวขุมละสองเส้น ขนโขมด สีน้ำผึ้งโปร่ง ขนบรรทัดหลังสีน้ำ ผึ้งโปร่งเจือแดง ขนหูสีขาว ขนหางสีน้ำผึ้งเจือแดงแก่ ตาขาวเจือเหลือง เพดานปากขาวเจือชมพู อัณฑะโกศขาวเจือชมพู เล็บขาว เจือเหลืองอ่อน หูและหางงามพร้อม เสียงเป็นศัพท์แตรงอน

โรคของช้าง   แม้ว่าช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต แม้ว่าช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต แต่ก็อาจเป็นโรคได้ เช่นเดียวกับสัตว์อื่น ช้างที่ ถูกกักขังและอยู่ใกล้ชิดสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ มีโอกาสติดโรคจากสัตว์เลี้ยงได้ง่าย ส่วนช้างที่ทำงานในป่า มักจะเกิดเป็นฝี และโรคผิวหนังพุพองกันมาก ฝีอาจเกิดขึ้นได้ง่ายจากการถูกหนามทิ่มตำผิวหนัง แล้วเกิดเป็นหนองบวมพองขึ้นมา ผิวหนัง ที่พุพองเป็นตุ่ม นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากแมลงวันป่าชนิดหนึ่ง มาไข่ไว้ตามรูขนของช้าง เมื่อไข่ของแมลงวันกลายเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนจะเข้า ไปอาศัยในขุมขน แล้วดูดเลือดช้างกินเป็นอาหาร ช้างที่เป็นโรคนี้จะสังเกตเห็นผิวหนังเป็นตุ่มมีหนอง เมื่อแกะตุ่มออกจะพบตัวหนองกลม ๆ ขนาดเท่า เมล็ดถั่วเขียวฝังตัวอยู่ เมื่อตัวหนอนแก่ก็จะกลายเป็นแมลงวันป่ามารบกวนช้างอีก แล้วทิ้งคราบไว้ในรูขนที่มัน อาศัยอยู่ ทำให้ผิวหนังเกิดอักเสบเป็นตุ่มมีหนองขึ้น วิธีป้องกันโรคนี้ที่ดีที่สุด คือ ให้ช้างได้อาบน้ำบ่อย ๆ ชาวบ้านได้ ใช้เครือสะบ้าทุบเป็น ฝอยถูตัวช้างเวลาอาบน้ำ เพื่อฆ่าตัวอ่อนของแมลงวันชนิดนี้ นับว่าได้ผลดีพอสมควร โรคที่ช้างเป็นกันมากอีกชนิด หนึ่ง คือ โรคพยาธิฟิลาเรีย (filaria) โรคนี้เกิดจากยุงในป่า ซึ่งไปกัดสัตว์ที่เป็นโรคนี้มาแล้วมากัดช้าง พยาธิที่ติดมากับแมลงจะเข้าไปใน เส้นโลหิตและเจริญเติบโตในเส้นโลหิตของช้าง แล้วเข้าไปอุดตันในหัวใจ จนทำให้ช้างถึงแก่ความตาย

ช้าง ความรู้เกี่ยวกับช้าง

ลักษณะช้างที่ดี ช้างก็เหมือนมนุษย์

ลักษณะทั่วไปของช้าง

ธรรมชาติของช้างช้างทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นช้างพันธุ์เอเชียหรือพันธุ์แอฟริกา มีความเป็นอยู่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ ชอบอยู่เป็นฝูง ช้าง ฝูงหนึ่งมักประกอบด้วยช้าง ๕ – ๑๐ เชือก แต่ละฝูงจะมีช้างพลายตัวหนึ่งเป็นหัวหน้า ซึ่งมักจะเป็นตัวที่แข็งแรงที่สุดของ ฝูง มีหน้าที่คอยเป็นผู้ปกปักรักษา และป้องกันอันตรายให้แก่ช้างในฝูงของตน และเป็นผู้นำฝูงไปหาอาหารในแหล่งที่ มี ความอุดมสมบูรณ์ ช้างป่าที่หากินอยู่ตัวเดียว ถ้าไม่ใช่ช้างแก่ซึ่งเดินตามเพื่อนฝูงไม่ทัน มักจะเป็นช้างเกเรที่ถูก ขับออกจากฝูง เรียกว่า “ช้างโทน” ช้างโทนนี้มีนิสัยดุร้าย ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้พบเห็นได้ ช้างไทยหรือช้างเอเชียมีนิสัยชอบอากาศเย็น และไม่ชอบแสง แดดจัด ฉะนั้น เมื่อเรานำมันมาฝึกใช้งาน เช่น งานชักลากไม้ เราจึงใช้งานช้างเฉพาะตอนเช้าตั้งแต่ ๖.๐๐-๑๒.๐๐ น. ส่วนตอน บ่ายต้องให้มันหยุดพักผ่อน นอกจากนั้น เมื่อเราใช้งานมันติดต่อกันไป ๓ วัน เราจะต้องให้มันหยุดพักงานอีก ๑ – ๒ วัน แล้ว จึงให้มันทำงานใหม่ ทั้งนี้ก็เพราะว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีโรคภัยเบียดเบียนได้ง่าย ถ้าเราใช้งานมันหนักเกินไป มันอาจ จะเกิดเจ็บป่วยขึ้นในฤดูที่มีอากาศร้อนจัด คือ ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม

นิสัยของช้างช้างเอเชียหรือช้างไทยโดยทั่วๆไป เมื่อนำมาฝึกให้เชื่องเพื่อใช้งานได้แล้ว จะมีนิสัยฉลาด สุภาพ และรักเจ้าของ เว้นแต่ใน บางขณะ เช่น ในเวลาตกมันซึ่งก็เป็นเพียงในชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ในเวลาตกมันช้างจะมีนิสัยดุร้าย จะทำร้ายช้าง ด้วยกันเองหรือทำร้ายเจ้าของ ตลอดจนสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ เมื่อพ้นระยะตกมันแล้ว นิสัยดุร้ายจะหายไปเอง ช้างบางเชือกอ าจจะมีนิสัย เกเรมาตั้งแต่กำเนิด แต่ก็ไม่มากนัก โดยปกติช้างเป็นสัตว์ที่ตื่นกลัวสิ่งของหรือสัตว์ที่มันไม่ค่อยพบเห็น โดยเฉพาะ ช้างเป็นสัตว์ที่มีความรู้สึกทางกลิ่นได้ดีมาก และมักจำกลิ่นที่มันเคยชินได้ดี ในด้านความฉลาดของช้างเอเชียหรือช้างไทยนั้น จะเห็น ได้จากการที่มันแสดงละครสัตว์หรือในด้านการไม้ มันได้แสดงความเฉลียวฉลาดของมันออกมา ในด้านการรักลูก มันรู้จักส่ง เสียงดุลูกหรือใช้งวงตีเมื่อลูกของมันซน นอกจากนั้น ยังมีผู้เคยพบว่า มันยืนเฝ้าศพลูกของมันที่ฝังดินไว้เป็นเวลา ๒-๓ วันก็มี

การกินการนอนการนอนหลับโดยปกติของช้าง มีระยะเวลาสั้น ประมาณ ๓-๔ ชั่วโมง เวลานอนของมันอยู่ในระหว่าง ๒๓.๐๐-๐๓.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น ลักษณะการนอน ของช้างเมื่อหลับสนิท จะนอนตะแคงลำตัวข้างใดข้างหนึ่งลงกับพื้น ช้างมีอาการหาวนอนและนอนกรนเช่นเดียวกับมนุษย์ ถ้าหากพบช้างนอนหลับในเวลากลางวัน ควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ช้างเชือกนั้นคงไม่สบายหรือมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจาก ช้างมีเวลาน้อยนั่นเอง มันจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการกินอาหารและเดินท่องเที่ยวไปในป่า เวลาเดินไปก็กินหญ้าไป ตลอดทาง กล่าวกันว่า ช้างเชือกหนึ่งจะกินอาหาร และหญ้าคิดเป็นน้ำหนักประมาณ ๒๕๐ กิโลกรัมใน ๑ วัน เนื่องจากช้างไม่มีกระเพาะพิเศษ สำหรับเก็บอาหารไว้สำรอง แล้ว สำรอกออกมาเคี้ยวเอื้องในยามว่าง เหมือนดังเช่นวัวควาย แต่ช้างก็มีวิธีเก็บสำรองอาหารไว้กินในระหว่างเดินทาง หรือระหว่างทำงาน เช่น เอางวงกำหญ้าไว้ในขณะเดินทาง หรือเอาหญ้าและอาหารเหน็บไว้ที่ซอกงาของมัน
   

การตกลูกช้างพังหรีอช้างตัวเมียที่สมบูรณ์ จะมีลูกได้เมื่อมีอายุระหว่าง ๑๕-๕๐ ปี ในประเทศพม่ามีผู้เคยพบช้างพัง ซึ่งมีอายุเพียง ๙ ปี ๑ เดือน ตกลูกออกมาแม้ว่าลูกช้างที่เกิดจากแม่ช้างที่มีอายุน้อยตัวนี้จะมีอวัยวะครบสมบูรณ์ แต่ก็ไม่สามารถเลี้ยง ให้มีชีวิตรอดได้ ฉะนั้นเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งนาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง การผสมพันธุ์ของช้างระหว่างช้างตัวผู้กับช้าง ตัวเมีย เป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกับม้า วัว และควาย คือ ช้างตัวผู้ใช้ขาหน้าคร่อมหลังของช้างตัวเมีย การตั้งท้องของ ช้างมีระยะเวลาระหว่าง ๒๑-๒๒ เดือน เนื่องจากตัวของช้างมีลักษณะใหญ่ อ้วนกลมอยู่แล้ว ฉะนั้น ในระยะที่มันตั้งท้องจะสังเกตได้ยาก บาง ทีเจ้าของจะทราบก็ต่อเมื่อช้างตกลูกออกมาแล้ว ดังนั้น จึงต้องอาศัยสังเกตวิธีอื่นประกอบ เช่น เต้านมคัดมีน้ำนมไหล หรือช้างไม่ยอมลุกนั่งตามคำสั่งและไม่ยอมทำงาน ในกรณีที่ช้างอยู่เป็นฝูงหรือเจ้าของช้างมีช้างหลายเชือก แม่ช้าง ที่ท้องแก่จะหาเพื่อนช้างพังที่สนิทไว้ช่วยเหลือในเวลาตกลูก ช้างพังที่คอยช่วยเหลือนี้เรียกกันว่า “แม่รับ” จะคอย ช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เมื่อช้างแม่ถึงกำหนดใกล้จะคลอดลูก มักจะไปหาที่ซึ่งมีหญ้าอ่อนหรือพื้นดินนุ่ม เพื่อมิให้เป็นอันตรายแก่ลูกที่จะ คลอดออกมา เพราะช้างแม่ส่วนมากจะยืนคลอดลูก โดยย่อขาหลังต่ำลงมาลูกอาจจะตกลงพื้นดินในระยะสูงพอควร ลูกซึ่ง คลอดออกมาจะมีถุงใส ๆ เป็นเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่ แม่รับจะเข้าไปช่วยฉีกถุงเยื่อที่หุ้มออกจากตัวลูกช้าง ถ้าไม่มีแม่ รับ แม่ช้างจะฉีกถุงเยื่อนั้นเอง
แม่ช้างเชือกหนึ่งอาจจะมีลูกได้ ๓-๔ ตัว ตลอดชีวิตของมัน โดยปกติแล้วแม่ช้างจะตกลูกเพียงครั้งละ ๑ ตัว และจะมีลูกห่าง กันประมาณ ๓ ปี ทั้งนี้แล้วแต่สภาพแวดล้อม เช่น ช้างป่าที่มีชีวิตเป็นอิสระย่อมมีลูกได้สม่ำเสมอกว่าช้างบ้านที่ถูกจองจำ และต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา

การฝึกลูกช้างลูกช้างที่สมบูรณ์ เมื่อมีอายุประมาณ ๔-๕ ขวบ จะมีร่างกายใหญ่โตพอที่จะฝึกให้ทำงานต่าง ๆ ได้ประกอบกับเป็นระยะเวลาที่ลูก ช้างหย่านมแล้ว การฝึกลูกช้างที่มีอายุน้อย ทำได้ง่ายกว่าฝึกลูกช้างที่มีอายุมาก ลูกช้างที่โตเกินไปมักจะทน ต่อการถูกบังคับและทนต่อการฝึกสอนไม่ได้ จึงอาจจะตายในระยะฝึกสอนได้ง่ายกว่าลูกช้างที่มีอายุน้อย ๆ การฝึกสอนลูกช้างแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ
การฝึกสอนเบื้องต้น
ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน เริ่มตั้งแต่วันลูกช้างเข้าคอกที่เตรียมไว้ สถานที่ที่ฝึกสอนควรเป็นสถานที่ร่มเย็นและใกล้น้ำ เพราะ จะต้องให้ลูกช้างฝึกอาบน้ำด้วย ในระยะ ๑ เดือน ที่ลูกช้างได้รับการฝึกเบื้องต้นนี้ ลูกช้างจะได้รับการสอนให้รู้จัก การใส่ปลอกขาหน้าหรือ “จะแคะ” การมีคนขึ้นขี่หลังการยกเท้าหน้าให้คนขี่ขึ้นลง การเดินไปยังที่ต่าง ๆ โดยมีคนขี่คอคอยบังคับ การอาบน้ำ ฯลฯ ในระหว่างการฝึกนี้ผู้ฝึกจะต้องนำลูกช้างเข้าออกคอกอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำความคุ้นเคยกับคนขี่คอ ซึ่ง จะเป็น “ควาญ” ในเวลาต่อไป
การฝึกขั้นสุดท้าย
คือ การฝึกงานด้านทำไม้ซึ่งเป็นการฝึกทีละขั้นให้ลูกช้างรู้จักกับการใส่เครื่องอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการชักลาก ไม้ ฝึกชักลากไม้แบบต่าง ๆ ถ้าเป็นลูกช้างตัวผู้ที่มีงาก็ฝึกการยกไม้ด้วยงา ฝึกการทำไม้บนเขา ทำไม้ในลำห้ว ย ฝึกให้ทำงานร่วมกับช้างอื่น ตลอดจนฝึกให้ชินกับเสียงของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการทำไม้ การฝึกลูกช้างในการทำไม้นี้ต้องใช้เวลานาน ๓-๔ ปี เพราะ ต้องค่อย ๆ ฝึกทีละน้อย และให้ลากไม้ท่อนเล็ก ๆ ไปพลางก่อน ความจริงการฝึกขั้นสุดท้ายนี้อาจจะใช้เวลาเพียง ๑ หรือ ๒ ปีก็พอ แต่เมื่อฝึกไปแล้วช้างยังตัวเล็กอยู่ ยังใช้ทำงานหนักไม่ได้ จึงทำให้ดูคล้ายกับว่าการฝึกในระยะนี้ต้องใช้เวลานาน
  

กำลังงานของช้างช้างจะเริ่มทำงานได้เต็มที่เมื่อมีอายุประมาณ ๒๕ ปี และเมื่ออายุประมาณ ๕๐ ปี ช้างจะมีกำลังถอยลงและจะทำงานเบา ๆ เช่น ลากไม้เล็ก ๆ หรือขนของต่อไปได้จนถึงอายุประมาณ ๖๐ ปี ต่อจากนั้นเจ้าของก็ให้หยุดทำงาน แล้วปล่อยให้กินหญ้าอยู่ ตามลำพัง โดยมีการติดตามดูแลบ้างเป็นบางครั้งบางคราว กำลังความเข้มแข็งของช้างเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ โดยเปรียบ เทียบจากหน่ายน้ำหนักที่เท่ากันแล้ว ช้างอ่อนแอกว่ามนุษย์ถึง ๑๐ เปอร์เซนต์ แต่ม้ากลับแข็งแรงกว่ามนุษย์ถึง ๒๕ เปอร์เซนต์ จะเห็น ได้ว่า ช้างนั้นแม้ตัวใหญ่โตก็จริง แต่กำลังที่ใช้ทำงานยังอ่อนแอกว่ามนุษย์เสียอีก ช้างเชือกหนึ่ง ๆ นั้น ลากไม้ครั้งหนึ่ง ๆ ได้มีน้ำหนักไม่เกิน ๒ ตัน
การตกมันของช้างโดยปกติช้างที่มีร่างการสมบูรณ์และมีอายุอยู่ในเกณฑ์ผสมพันธุ์ได้ สามารถตกมันได้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นช้างตัว ผู้หรือตัวเมีย ดังนั้น อายุของช้างที่อยู่ในเกณฑ์ตกมันอยู่ระหว่าง ๒๐ – ๔๐ ปี ช้างเชือกใดมีอาการตกมัน แสดงว่าช้างเชือกนั้น กำลังมีความสมบูรณ์ที่สุด และกำลังมีความต้องการทางเพศอย่างเต็มที่ โดยต่อมที่ขมับทั้ง ๒ ข้าง จะบวมขึ้นขนาดเท่าไข่ไก่จน เห็นได้ ชัด เมื่อต่อมที่ขมับบวมขึ้นแล้ว รูของต่อมซึ่งมีขนาดโตประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร ก็จะเปิดกว้างออก มีน้ำเมือกสีขาวข้นไหลออกมา เราเรียกอาการนี้ว่า “ตกมัน” น้ำเมือกหรือมันที่ไหลออกมานี้ มีกลิ่นเหม็นสาบรุนแรงมาก นอกจากอาการต่อมที่ขมับบวมและมี น้ำมันไหลออกมาแล้ว ถ้าช้างที่ตกมันนั้นเป็นช้างตัวผู้ อวัยวะสืบพันธุ์ของมันจะแข็ง มีน้ำปัสสาวะไหลออกมาอย่างกะ ปริบกะปรอย หรืออาจจะมีน้ำอสุจิไหลออกมาเป็นบางครั้งบางคราวด้วย ในขณะที่ช้างกำลังตกมันนั้น มันจะแสดงอาการดุร้าย และทำร้ายสิ่งที่ขวาง หน้าทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนั้นมันยังมีความจำเสื่อม มันจึงอาจทำร้ายควาญหรือเจ้าของของมันเองด้วย อาการตกมันนี้ ถ้าเกิดกับช้างพังหรือช้างตัวเมีย จะมีความรุนแรงหรือแสดงอาการดุร้ายน้อยกว่าช้างตัวผู้ อาการตกมันจะเป็นอยู่ประมาณ ๒-๓ สัปดาห์ จึงค่อย ๆ ทุเลาลง

ลักษณะทั่วไปของช้าง
ช้าง ความรู้เรื่องช้าง

เรื่องของช้าง “หนึ่งเอกลักษณ์ไทย”

“ป๊ะ ป๊ะ ป๊ะ” ควาญช้างสั่งการช้างเพศเมียขนาดสูงกว่าคนนิดหน่อย ‘พังฟ้ารุ่ง’ อายุ7ปี หยุดวางหญ้าแห้งที่ใช้งวงคีบไว้ และยืนสงบนิ่งเชื่อฟังคำสั่งของควาญช้างแต่โดยดี

พี่สุริยา สมหวัง ควาญช้างผู้ดูแลพังฟ้ารุ่ง ในชุดสีแดงขีดเหลือง แบบชุดควาญโบราณ ข้างเอวเหน็บมีดพก พร้อมถือตะขอสำหรับใช้บังคับช้าง หน้าที่ของควาญช้างที่วังช้างอยุธยา แล เพนียด บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เหมือนเช่นทุกวัน ควาญช้างต้องคอยออกคำสั่งเป็นภาษาพูดสื่อสารกับช้างที่ตนดูแล บังคับให้ช้างโชว์และคอยบริการถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวที่แวะมาดูช้าง และนั่งช้างชมเมืองที่อยุธยาแห่งนี้

เบื้องหลังลานพักช้าง เป็นโบราณสถานเก่าแก่สำคัญของชาติ แต่งแต้มบรรยากาศด้วยช้างนับสิบเชือกในชุดทรงช้างศึก ช้างแต่ละเชือกคอยพลัดกันให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งชมโบราณสถานบริเวณรอบกรุงเก่า …..ผมขอใช้บริการนั่งช้างบ้าง นับเป็นครั้งแรกที่ผมใกล้ชิดกับช้างขนาดนี้ แต่ในความเป็นจริง คนไทยกับช้างผูกพันกันมาอย่างยาวนาน และหากมองย้อนไปในอดีต มีตำนานและบันทึกมากมายเกี่ยวกับช้าง ดูคล้ายสัตว์ใหญ่น่ารักชนิดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของชาติไทยและใกล้ชิดกับคนไทยเสียมากจริงๆ

เป็นช้างศึกคู่พระบารมี

“ชีวิตของผม หรือแม้แต่ชีวิตของคนอื่น ซึ่งเกิดมาในเมืองไทยของเรานี้ ช้างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมาก เราเกิดมาเป็นคนไทยแล้วนึกถึงเอกราชที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ก็มิใช่ช้างดอกหรือที่มีส่วนช่วยกอบกู้เอกราชบ้านเมืองเอาไว้ได้”

เรื่องของช้าง “หนึ่งเอกลักษณ์ไทย”

5 สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับช้างที่คุณยังไม่รู้

ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เราจึงมีความคุ้นเคยกับช้างเป็นอย่างดี
แต่ก็ยังมีสิ่งพิเศษเกี่ยวกับช้างที่เราอาจจะยังไม่รู้

1.  ช้างจะกินวันละ 12-18 ชั่วโมง

จากการสำรวจของ National Geographic ช้างสามารถกินอาหารได้มากถึง 150 กิโลกรัมต่อวัน ถือเป็นปริมาณที่เยอะมากสำหรับสัตว์กินพืช อาหารของช้างส่วนใหญ่ประกอบด้วย หญ้า ผลไม้ ผัก และ พุ่มไม้

2.  ช้างสามารถสร้างเกราะป้องกันแสงแดดได้

ช้างมักถูกมองว่า ชอบเล่นโคลน และ ชอบคลุกฝุ่น ในวันที่อากาศร้อน ชั้นของฝุ่นที่ปกคลุมผิวช่วยปกป้องช้างจากการถูกแสงแดดทำลาย ช้างแอฟริกาและเอเชียอาศัยอยู่ในสภาวะที่อุณหภูมิและรังสียูวีรุนแรง วิธีในการปกป้องผิวของพวกเขาจะช่วยให้พวกเขาเย็นลงเมื่ออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นและช่วยปกป้องจากพวกปรสิต แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับช้างในปางช้างที่พฤติกรรมนี้มักถูกขัดขวาง

3. ช้างสามารถจำภาพสะท้อนตัวเองได้

การจำตนเองได้ในภาพสะท้อนนั้นหายากมากในบรรดาสัตว์ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าช้างสามารถจดจำตนเองได้ในกระจก แม้แต่เด็กเล็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็ยังไม่มีทักษะนี้จนกระทั่งอายุเกือบสองปี

4. ช้างถนัดทั้งงาซ้ายและงาขวา

ช้างใช้งาเป็นเครื่องมือในการช่วยเก็บสะสมอาหาร เช่นเปลือกไม้ ช้างสามารถใช้งาได้ทั้งสองข้าง แต่ก็จะมีข้างที่ชอบมากกว่า คล้ายกับมนุษย์ที่สามารถใช้มือได้ทั้งสองข้าง แต่จะมีข้างที่ถนัดกว่า

5. ช้างมีความสามารถในการแสดงความเห็นอกเห็นใจ

ช้างมีความสามารถในการจับอารมณ์ความรู้สึกและสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกับสมาชิกในฝูก หรือ คนใกล้ชิด พวกเขาสามารถจำบุคคลที่เคยพบ แต่ไม่เห็นกันเป็นปีได้ ฝูงช้างยังสามารถแสดงความโศกเศร้าถึงการจากไปของสมาชิกฝูงได้อีกด้วย

นี่คือข้อเท็จจริงที่เตือนเราว่าช้างนั้นน่าทึ่งเพียงใด สัตว์ที่สวยงามเหล่านี้สมควรได้รับการปกป้องจากเราทุกคน ปัจจุบันช้างป่าถูกพรากจากฝูงและแม่ของมันตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อนำมาใช้ให้ความบันเทิงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถ้าเราอยากช่วยช้างและยุติการกระทำที่เป็นการทารุณกรรมช้าง คุณสามารถร่วมลงชื่อ เพื่อยุติการนำช้างมาใช้เพื่อให้ความบันเทิง

5 สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับช้างที่คุณยังไม่รู้

หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง

ประวัติ หมู่บ้านเพนียดช้างหลวง สถานที่มีประวัติศาสตร์ นำภาพช้างไทยสู่สายตาชาวโลก มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา หมู่บ้านเพนียด ช้างหลวง. พระนครศรีอยุธยา·19 มีนาคม 2018 หมู่บ้านเพนียด ช้างหลวง ตั้งอยู่ 74/1 ม. 3 สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยจ.พระนครศรีอยุธยาตั้งขึ้นแต่ปี พ.ศ.2539 ตามแผนแม่บทอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา คือการนำช้างกลับมาเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยกับช้าง คือ เพนียดคล้องช้างที่ตั้ง กรมพระคชบาล สถานที่จับช้างป่า เพื่อนำมาใช้ในราชการสงคราม สถานทีฝึกช้างรบ ฝึกวิชาคชศาสตร์ ถวายพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา และล่มสลายไปครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก และกลับมาฟื้นอีกครั้ง โดย เจ้ากรมท่านแรก ของกรุงรัตนโกสินทร์ ท่าน กรมหลวงเทพ พลภักด์ ไดบุรณะและฟื้นฟูเพนียดช้างให้คงอยู่มาสืบปัจจุบัน  และได้รุ่งเรืองสู่สายตามชาวโลก ในรัชสมัย ร.๕ พระราชาธิบดีแห่งเยอรมัน และพระมหากษัตริย์แห่งสหภาพโซเวียต ได้เดินทางมาเยือนเพื่อชมการจับช้างอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ไทย เสนอลงสืือสิ่งพิมพ์ ในยุโรปและอเมริกา ทำให้ประวัติศาสตร์ในยุคนั้น ได้บอกว่า ช้างทำให้ไทย ไม่เป็นเมืองขึ้น สืบมาปัจจุบัน ในรัชการที่ 9 ปี พ.ศ. 2505 ได้มีการรื้อฟื้นการคล้องช้างถวายพระเจ้าเฟดเดอริคที่ ๗ แห่งประเทศเดนมาร์ก ได้เดินทางมาทอดพระเนตรการจับช้าง อีกครั้ง เป็นความประทับใจอันยิ่งใหญ่ของชาวไทย (พยานคุณดำรง พุฒตาล) ผู้อยู่ในเหตุการณ์สมัยนั้น รัฐบาลได้ฟื้นฟุ อนุรักษ์มาตลอด และไลออนส์ สมัยท่านจอมพลถนอม กิตติขจร ได้จัดคล้องช้างอีกครั้ง และปี พ.ศ. 2530 รัฐบาลได้ซ่อมเพนียดคล้องช้างและจัดพิธีคล้องช้าง เฉลิมพระเกียรตในหลวง ร.9 พระชนมายุครบ 60 พรรษา อีกครั้ง และคงอยู่สือมา จนมีแผนแม่บทอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทำให้ นายสมพาสน์ (ลายทองเหรียญ) มีพันธุ์ได้เสนอตน เพื่อฟื้นฟูเพนียดคล้องช้าง และขอสร้างหมู่บ้านช้างขึ้นด้านทิศตะวันออกของ เพนียดคล้องช้าง จาก ปี พ.ศ.2539 เป็นต้นมา ถึงปัจจุบัน ทำให้ท่านได้ชมในปัจจุบัน

เยี่ยมชมบรรยากาศ การเลี้ยงช้างแบบ คนเลี้ยงช้าง อยู่กับช้าง ท่านสัมผัสได้ที่นี่

กิจกรรมหลากหลาย ผสมพันธ์ช้าง กิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณี เลี้ยงช้างแม่ลูก ช้างชรา ช้างอาบน้ำ

วังช้างอยุธยา แล เพนียด

ตั้งอยู่ ข้างคุ้มขุนแผน ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ทำงานของช้าง(ออกกำลังกาย) เป็นวังช้างที่ใหญ่ทีสุดในภาคกลางของประเทศไทย และอยู่ในเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นอยุธยามรดกโลก และเป็นแห่งเดียวในโลก ที่ช้างอาศัยร่วมกับ คนในชุมชนเมือง                                                              

แขกผู้มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์การนั่งช้างชมโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา    อยุธยามรดกโลก, การแสดงความสามารถช้างน้อย , มอบอาหารช้าง, บันทึกภาพรกับช้าง  ลอดท้องช้างตามความเชื่อของคนโบราณ ลอดแล้วหมดทุกข์ โศก โรคภัย โชคดีมีสุข  ประสบความสำเร็จในการงาน  กราบไหว้สักการะ พระพิฆเนศศักดิ์สิทธิ์ ขอสิ่งใดสมปรารถนา