Slider

ช้างเอเซียพันธุ์อินเดีย

เป็นช้างที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติบนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเซีย ได้แก่ ประเทศเนปาล ภูฐาน อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา แคว้นยูนนาน และมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยพบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ช้างในประเทศไทยยังมีลักษณะที่น่าสังเกตุอีก ดังนี้ คือ

หนังมีขนเส้นห่างๆ ปลายหางมีขนเส็นยาวๆ งอกเป็นแนวด้านหน้าและด้านหลังของปลายหาง (ราว 2-3 นิ้ว) ขนหางยาวราว 7-8 นิ้ว โค้งไปจรดกันตรงปลาย
ลายฟันหน้า มักมีจำนวนตามลำดับชุดของกรามดังนี้ คือ 4, 8, 12, 16, 24 แต่อาจมากน้อยกว่านี้บ้างในบางราย
ช้างตัวผู้บางตัวมีงา เรียกว่าช้างพลาย ถ้างาใหญ่ เรียกว่า ช้างงาปลี ถ้างาเล็ก ยาวเรียว เรียกว่า ช้างงาเครือ ตัวผู้ที่ไม่มีงา เรียกว่า ช้างสีดอ (mukna)
ช้างตัวเมีย เรียก ช้างพัง ช้างสีดอและช้างพัง ไม่มีงา มีแต่ขนายที่ใช้แทนงา
ช้างเผือก คือ ช้างที่มีต่อมทำสีเมลานินผิดปกติ ผิวหนังและขนค่อนข้างเป็นสีหม้อใหม่ นัยน์ตาขาวๆ เหลืองๆ ส่วนอื่นๆ จะเป็นสีจาง ช้างแก่ๆ มักมีโคนงวงและใบหูตกกระเป็นสีหม้อใหม่เหมือนกัน
ช้างป่า เรียกหน่วยนับเป็น ตัว ช้างเลี้ยง เรียกหน่วยนับเป็น เชือก

ช้างป่าแอฟริกา

ช้างป่าแอฟริกา (อังกฤษ: African forest elephant; ชื่อวิทยาศาสตร์: Loxodonta cyclotis) เป็นช้างชนิดหนึ่ง เดิมเคยถูกจัดให้เป็นชนิดเดียวกันกับช้างพุ่มไม้แอฟริกา (L. africana) โดยใช้ชื่อว่า L. africana cyclotis จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2010 หลักฐานทางการศึกษาทางดีเอ็นเอพบว่าเป็นคนละชนิดกัน จึงแยกออกเป็นชนิดต่างหาก ถือเป็นสัตว์จำพวกช้าง 1 ใน 3 ชนิดที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน

ช้างป่าแอฟริกามีลักษณะคล้ายกับช้างพุ่มไม้แอฟริกา แต่มีขนาดเล็กกว่าพอสมควร มีใบหูเล็กและกลมกว่า งาเรียวยาวและตรงกว่า บางตัวอาจชี้ลงพื้น เท้าหน้ามี 5 นิ้ว เท้าหลังมี 4 นิ้ว ตัวเมียมีน้ำหนักราว 2 ตัน มีความสูงราว 3 เมตร ตัวผู้มีขนาดโตกว่าเล็กน้อย ถิ่นอาศัยมักอยู่ตามป่าทึบสลับทุ่งหญ้าตอนกลางและทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ซึ่งพบได้แคบกว่าช้างพุ่มไม้แอฟริกา เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 8–11 ปี ระยะเวลาตั้งท้องนาน 18–22 เดือน ลูกช้างแรกคลอดหนักประมาณ 50–100 กิโลกรัม มีความสูง 80–100 เซนติเมตร ต้องการอาหารวันละ 60–120 กิโลกรัม น้ำวันละ 60–120 ลิตร อาหารที่ชอบ คือ ใบไม้, หญ้าแห้ง และรากไม้

ช้างป่าแอฟริกาเคยถูกเรียกว่าเป็น “ช้างแคระ” เนื่องจากมีขนาดใหญ่เต็มที่มีน้ำหนักเพียง 900 กิโลกรัม (1,980 ปอนด์) เท่านั้น พบในลุ่มน้ำคองโกโดยนักสัตว์ประหลาดวิทยา ในขณะนั้นใช้ชื่อว่า Loxodonta pumilio

นอกจากนี้แล้ว ช้างป่าแอฟริกาในอดีตเคยถูกใช้เป็นช้างศึกของฮันนิบาล แม่ทัพแห่งคาร์เทจ ในสงครามพิวนิคกับโรมัน ในการเดินทางผ่านเทือกเขาแอลป์ งาช้างป่าแอฟริกามีสีชมพูนวลสวยกว่างาช้างพุ่มไม้แอฟริกา จึงมีราคาซื้อขายแพงกว่า โดยอยู่ที่คู่ละ 90,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน

ความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับสายพันธุ์ช้าง


ช้างในประเทศไทย ช้างในประเทศไทยเป็นช้างเอเซียชนิดพันธุ์ย่อยอินเดีย (Elephas maxinus indicus) บางครั้งจึงเรียก Indian Elephant 

งาคือส่วนใดของฟันช้าง งาเป็นส่วนของฟันตัดคู่หน้าด้านบนของช้าง มิใช่เขี้ยวดังที่เข้าใจ และจะมีการเจริญยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต 

ช้างใช้งาเพื่อเป็นอาวุธ แสดงอำนาจ เป็นเครื่องมือขุดงัด ฯลฯ 

ช้างป่าในประเทศไทยมีที่ใด เรายังพบช้างป่าได้ตามอุทยานและเขตรักษาพันธุ์

สัตว์ป่า เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ่างฤาไน แก่งกระจาน กุยบุรี เขาสอยดาว ภูหลวง ฯลฯ

 ช้างกินนม

อย่างไร ลูกช้างกินนมโดยการใช้ปากดูดนมโดยตรงจากเต้านมแม่ที่มี 1 คู่ตรงตำแหน่งหน้าอกตรงกับขาคู่หน้า 

ช้างตกมัน อาการ : มีน้ำมันไหล

จากต่อมขมับ อารมณ์ฉุนเฉียว ดื้อ จนถึงดุร้าย ไม่สามารถควบคุมได้ ปัสสาวะบ่อย อวัยวะเพศแข็งตัว การตกมันเกิดได้ทั้งช้างเพศผู้และเพศ

เมีย แต่ความรุนแรงจะมีมากในช้างเพศผู้ สาเหตุ : ช้างที่มีความสมบูรณ์สูง พลังงานสะสมมาก ไม่ได้ใช้งาน เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ระยะใกล้ฤดูผสม

พันธุ์จะเริ่มมีอาการตกมัน การตกมันเกิดขึ้นทุกปี กินเวลาคราวละประมาณ 2-3 อาทิตย์แล้วจะหายกลับเป็นปกติเอง

 อาหารของช้าง ช้างเป็น

สัตว์กินพืช โดยใช้งวงจับป้อนเข้าปากแล้วบดเคี้ยวด้วยฟันกราม พืชอาหารช้าง ได้แก่ ไผ่ ประดู่ รัง หญ้า เพ็ก แขม กล้วย หมาก อ้อย ข้าว 

ฯลฯ ปริมาณ วันละประมาณ 200 ถึง 250 กิโลกรัม ช้างใช้น้ำดื่มกิน เล่นและอาบ ประมาณวันละ 200 ลิตร นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุ

อื่นๆ จาก ดินโป่งอีกด้วย