Slider

วิธีการฝึกสอนลูกช้าง

      ลูกช้างที่สมบูรณ์ เมื่อมีอายุประมาณ ๔-๕ ขวบ จะมีร่างกายใหญ่โตพอ ที่จะฝึกให้ทำงานต่างๆ ได้ ประกอบกับเป็นระยะเวลา ที่ลูกช้างหย่านมแล้ว การฝึกลูกช้างที่มีอายุน้อย ทำได้ง่ายกว่าฝึกลูกช้างที่มีอายุมาก ลูกช้างที่โตเกินไป มักจะทนต่อการถูกบังคับ และทนต่อการฝึกสอนไม่ได้ จึงอาจจะตายในระยะฝึกสอนได้ง่ายกว่าลูกช้างที่มีอายุน้อยๆ การฝึกสอนลูกช้างแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ

๑. การฝึกสอนเบื้องต้น

      ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน เริ่มตั้งแต่วันลูกช้างเข้าคอกที่เตรียมไว้ สถานที่ที่ฝึกสอนควรเป็นสถานที่ร่มเย็น และใกล้น้ำ เพราะจะต้องให้ลูกช้างฝึกอาบน้ำด้วย การจับลูกช้างเข้าคอกในระยะแรกมีความลำบากมาก เพราะแม่ช้างมักไม่ยอมให้แยกลูกของตัวออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพรากแม่ช้างให้ไปอยู่ไกลๆ หรือมัดแม่ช้างไว้กับต้นไม้เสียก่อน แล้วใช้เชือกคล้องฉุดลูกช้างเข้าคอก ในระยะ ๑ เดือน ที่ลูกช้างได้รับการฝึกเบื้องต้นนี้ ลูกช้างจะได้รับการสอนให้รู้จัก การใส่ปลอกขาหน้าหรือ “จะแคะ” การมีคนขึ้นขี่หลัง การยกเท้าหน้าให้คนขี่ขึ้นลง การเดินไปยังที่ต่างๆ โดยมีคนขี่คอคอยบังคับ การอาบน้ำ ฯลฯ ในระหว่างการฝึกนี้ ผู้ฝึกจะต้องนำลูกช้างเข้าออกคอกอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำความคุ้นเคยกับคนขี่คอ ซึ่ง จะเป็น “ควาญ” ในเวลาต่อไป เมื่อเสร็จจากการฝึกเบื้องต้นแล้ว ก็ถึงระยะการฝึกขั้นสุดท้าย

๒. การฝึกขั้นสุดท้าย 

      คือ การฝึกงานด้านทำไม้ซึ่งเป็นการฝึกทีละขั้นให้ลูกช้างรู้จักกับการใส่เครื่องอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการชักลากไม้ ฝึกชักลากไม้แบบต่างๆ ถ้าเป็นลูกช้างตัวผู้ที่มีงา ก็ฝึกการยกไม้ด้วยงา ฝึกการทำไม้บนเขา ทำไม้ในลำห้ว ย ฝึกให้ทำงานร่วมกับช้างอื่น ตลอดจนฝึกให้ชินกับเสียงของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการทำไม้ การฝึกลูกช้างในการทำไม้นี้ ต้องใช้เวลานาน ๓-๔ ปี เพราะต้องค่อยๆ ฝึกทีละน้อย และให้ลากไม้ท่อนเล็กๆ ไปพลางก่อน ความจริงการฝึกขั้นสุดท้ายนี้อาจจะใช้เวลาเพียง ๑ หรือ ๒ ปีก็พอ แต่เมื่อฝึกไปแล้ว ช้างยังตัวเล็กอยู่ ยังใช้ทำงานหนักไม่ได้ จึงทำให้ดูคล้ายกับว่า การฝึกในระยะนี้ต้องใช้เวลานาน

การฝึกลูกช้างโดยใส่เครื่องหลัง

“ช้างไทย” ตำนานผูกพันคู่แผ่นดิน

วันที่ 13 มี.ค.ของทุกปี นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยถูกกำหนดให้เป็น “วันช้างไทย” วันที่เราชาวไทยทุกคนจะได้รำลึกถึงความสำคัญของช้าง สัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานความผูกพันคู่ผืนแผ่นดินไทยมานับแต่อดีตกาล


เป็นเวลาเนิ่นนานหลายศตวรรษ ที่ “ช้าง” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทย จนอาจกล่าวได้ว่า ชีวิตผู้คนในอดีตผูกพันอยู่กับช้างเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านศาสนา พระมหากษัตริย์ เศรษฐกิจ สังคม หรือแม้แต่การศึกสงคราม


“ช้าง” นับเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลาช้านาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศเคยใช้ธงชาติเป็น “รูปช้างเผือก” โดยชาวไทยเชื่อกันว่า ช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกจึงได้รับการยกย่องเสมือนเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า

ไม่เพียงเท่านั้น ในประวัติศาสตร์ชาติไทยยังได้จารึกไว้ว่า ช้างได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องเอกราชและความเป็นชาติให้แก่ชาวไทยหลายยุคหลายสมัย ในสมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมชายไทยให้เป็นปึกแผ่นและมั่นคงบนหลังช้างทรงพระที่นั่ง และในสมัยพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ได้ทรงประกาศเอกราชและความเป็นชาติของคนไทยบนหลังช้างทรงพระที่นั่งด้วยเช่นกัน ซึ่งช้างทรงในสมเด็จพระนเรศวรนับว่าเป็นช้างไทยที่ได้รับเกียรติอันสูงสุด โดยจากความกล้าหาญในสมรภูมิรบ ทำให้ช้างไทยเชือกนี้ได้รับพระราชทานยศให้เป็นถึง “เจ้าพระยาปราบหงสาวดี”

ครั้นในยุคสมัยที่การคมนาคมยังไม่เจริญเทียบเท่ากับในปัจจุบัน มนุษย์ยังไม่ได้มีการพัฒนาเครื่องจักรต่างๆ สำหรับนำมาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงเพื่อการขนส่งของ ช้างคือพาหนะที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับมนุษย์ เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีความเฉลียวฉลาดและมีพละกำลังมหาศาล ช้างจึงสามารถขนส่งสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในปริมาณมากได้อย่างเข้มแข็งและอดทน

ด้านการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่ดีงามของชาติไทย เมื่อแรกเริ่มการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ช้างคือ พาหนะสำคัญที่อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกตมาสถิตย์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากนี้ในงานพระราชพิธีต่างๆ อาทิ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือในงานพระราชทานงานเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชอาคันตุกะหรือประมุขของต่างประเทศที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก็จะนำช้างเผือกแต่งเครื่องคชาภรณ์ไปยืนที่แท่นเกยช้างด้านตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ในพระบรมมหาราชวังเพื่อประกอบพระเกียรติยศ เป็นต้น

ความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับสายพันธุ์ช้าง


ช้างในประเทศไทย ช้างในประเทศไทยเป็นช้างเอเซียชนิดพันธุ์ย่อยอินเดีย (Elephas maxinus indicus) บางครั้งจึงเรียก Indian Elephant 

งาคือส่วนใดของฟันช้าง งาเป็นส่วนของฟันตัดคู่หน้าด้านบนของช้าง มิใช่เขี้ยวดังที่เข้าใจ และจะมีการเจริญยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต 

ช้างใช้งาเพื่อเป็นอาวุธ แสดงอำนาจ เป็นเครื่องมือขุดงัด ฯลฯ 

ช้างป่าในประเทศไทยมีที่ใด เรายังพบช้างป่าได้ตามอุทยานและเขตรักษาพันธุ์

สัตว์ป่า เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ่างฤาไน แก่งกระจาน กุยบุรี เขาสอยดาว ภูหลวง ฯลฯ

 ช้างกินนม

อย่างไร ลูกช้างกินนมโดยการใช้ปากดูดนมโดยตรงจากเต้านมแม่ที่มี 1 คู่ตรงตำแหน่งหน้าอกตรงกับขาคู่หน้า 

ช้างตกมัน อาการ : มีน้ำมันไหล

จากต่อมขมับ อารมณ์ฉุนเฉียว ดื้อ จนถึงดุร้าย ไม่สามารถควบคุมได้ ปัสสาวะบ่อย อวัยวะเพศแข็งตัว การตกมันเกิดได้ทั้งช้างเพศผู้และเพศ

เมีย แต่ความรุนแรงจะมีมากในช้างเพศผู้ สาเหตุ : ช้างที่มีความสมบูรณ์สูง พลังงานสะสมมาก ไม่ได้ใช้งาน เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ระยะใกล้ฤดูผสม

พันธุ์จะเริ่มมีอาการตกมัน การตกมันเกิดขึ้นทุกปี กินเวลาคราวละประมาณ 2-3 อาทิตย์แล้วจะหายกลับเป็นปกติเอง

 อาหารของช้าง ช้างเป็น

สัตว์กินพืช โดยใช้งวงจับป้อนเข้าปากแล้วบดเคี้ยวด้วยฟันกราม พืชอาหารช้าง ได้แก่ ไผ่ ประดู่ รัง หญ้า เพ็ก แขม กล้วย หมาก อ้อย ข้าว 

ฯลฯ ปริมาณ วันละประมาณ 200 ถึง 250 กิโลกรัม ช้างใช้น้ำดื่มกิน เล่นและอาบ ประมาณวันละ 200 ลิตร นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุ

อื่นๆ จาก ดินโป่งอีกด้วย