แม่ช้าง และลูกๆช้าง
ลูกช้างกำลังสนุก
ลูกช้างกับเพื่อนใหม่
ลูกช้างกำลังลองสิ่งใหม่
Slider

เปิดคลิปน่าเอ็นดู “ช้างป่า” บุกสวนชาวบ้าน มาทุกครั้งต้องแวะเล่นผ้าห่ม ดูแล้วโกรธไม่ลง

นี่คือคลิปภาพวิดีโอที่ช้างป่ากำลังเล่นกับผ้าห่ม โดยใช้งวงเหวี่ยงมาห่มให้ตัวเองอยู่หลายรอบก่อนจะเดินหากินต้นกล้วยและต้นมะละกอของชาวบ้านจนราบเป็นหน้ากลอง ก่อนจะเดินเข้าป่าจากไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

(29 ธ.ค.62) ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 475 หมู่ 1 ตำบลคลองพลู อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี พบเป็นร้านขายของชำข้างถนนได้พบกับนายคเชนทร์ สอนศรี เจ้าของบ้านจึงได้พาไปชี้จุดที่ช้างมาเดินกินป่ากล้วยและต้นมะละกอที่ปลูกไว้เสียหายเกือบทั้งหมดและพาไปดูผ้าห่มตัวโปรดของช้างป่าตัวนี้ที่มากี่ทีต้องมาเล่นกับผ้าห่มทุกครั้ง

สอบถามนายคเชนทร์ เล่าว่าเมื่อกลางดึกแทบทุกคืนเวลาประมาณ 01.00- 03.00 น.ช้างป่าตัวนี้จะมาเล่นน้ำอยู่ตีนเขา และเดินออกหากินตามพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านอยู่ประจำแต่ก็ไม่เคยทำร้ายใคร เพียงแต่มาหาอาหารกินเท่านั้นพอกินเสร็จก็เดินจากไปช่วงนี้ช้างตัวนี้ก็ได้มาที่บ้านทุกวัน เพราะเขารู้ว่ามีอาหารกินพอกินเสร็จก่อนไปจะแวะมาเล่นกับผ้าห่มทุกครั้งไม่รู้ว่าทำไม ตนก็ได้แต่มองดูแล้วถ่ายคลิป เพราะว่าดูน่ารักดี ตนก็ไม่เคยเห็นช้างป่าที่ดูเชื่องแบบนี้ เหมือนเขาขอบคุณก่อนจากลาทุกครั้ง แต่ตนก็ไม่เคยทำอะไร ได้แต่มองดูห่างๆ เพราะกลัวอันตรายเช่นกัน

ส่วนการรับมือกับช้างป่าของชาวบ้านก็คงไม่ต้องทำอะไรมากแค่เฝ้าดูให้เขากินจนอิ่ม เขาก็จะไปเองโดยไม่ต้องไล่เลย

สาวใหญ่ให้อาหารปลาในวัด ช้างป่าภูหลวงลงมาเจอ วิ่งไล่เหยียบ ดับสลด

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 ธ.ค.62 ร.ต.อ.นพพร อันทระ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ภูหลวง จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุช้างป่าภูหลวงเหยียบชาวบ้านตาย ที่ สระน้ำวัดป่าศรีภูมิบรรพต ท้ายหมู่บ้านสวนป่า ประมาณ 2 กม. ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย เมื่อรับแจ้งประสานไปยังแพทย์ รพ.ภูหลวง สมาคมร่วมใจกู้ภัยเมืองเลย เดินทางไปชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเทา สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว ไม่สวมรองเท้า ชื่อ นางละคร ขวัญแจ่ม อายุ 50 ปี ชาวบ้านสวนปอ ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย แพทย์ตรวจร่างกายพบบาดแผลถูกเหยียบที่ลำตัว ใบหน้า และศีรษะจนเสียชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมาให้อาหารปลาที่สระน้ำภายในวัดป่าศรีภูมิบรรพต จู่ๆ มีช้างจากภูหลวงลงมาเห็นวิ่งเข้าใส่ผู้ตาย ผู้ตายพยายามวิ่งหนีแต่ไม่พ้น ถูกช้างป่าชนจนล้ม จากนั้นช้างป่าได้กระทืบเหยียบจนเสียชีวิต จากนั้นช้างป่าก็กลับเข้าป่าไป จนมีคนมาเห็นรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนทางญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตมอบร่างให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

สยอง! อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นอนเฝ้านา ถูกช้างป่ากระทืบฉีกร่าง ชิ้นส่วนกระจายทั่ว

ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์ศรีดี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านบ้านคลองหิน หมู่ 4 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง ว่ามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลโนนดินแดง และหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมประจำ จุด อ.โนนดินแดงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณป่าด้านทิศตะวันออก บ้านคลองหิน ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง พบเศษชิ้นส่วนร่างมนุษย์ทั้งลำตัว แขน ขา และศีรษะ กระจัดกระจายทั่วบริเวณ ทั้งยังพบชิ้นส่วนเสื้อผ้าของผู้ตายที่ขาดกระจายทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันเก็บชิ้นส่วนมารวมกัน ทราบในเวลาต่อมาว่าผู้เสียชีวิตคือ นายลำดวน ดวงเดือน อายุ 72 ปี เคยเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านคลองหิน และเป็นชุดผลักดันช้างป่าประจำหมู่บ้านด้วย

นายวิวัฒน์ งามขำ อายุ 35 ปี ชาวบ้านที่เป็นผู้พบศพคนแรกเล่าว่า ขณะออกมาขุดจิ้งหรีดบริเวณจุดเกิดเหตุ หันไปเห็นผ้าขาวม้าจึงหยิบขึ้นมาดูพบว่ามีรอยเลือด จึงเดินไปดูบริเวณโดยรอบ ก็พบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์กระจายทั่วบริเวณเป็นที่น่าสยดสยองอย่างมาก ซึ่งจากสภาพคาดว่าน่าจะถูกช้างป่าเหยียบและฉีกร่างจนขาดออกจากกัน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบด้านนายอุทัย ดวงเดือน อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ลูกชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พ่อจะชอบออกมานอนเฝ้านาข้าวเพราะกลัวจะถูกช้างป่าทำลายเสียหาย โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้ว ที่ผ่านมาตนก็จะเตือนพ่อบ่อยครั้งว่าไม่ให้ออกนอนเฝ้านาข้าวตอนกลางคืน เพราะกลัวจะเป็นอันตราย ไม่คิดว่าพ่อจะมาถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตแบบนี้

ขณะที่นายสมส่วน รักษาสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันมีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียหายแล้ว 11 ราย ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังและคอยผลักดันช้างป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการติดป้ายเตือนเขตอันตรายห้ามเข้า แต่พื้นที่ป่าค่อนข้างกว้างและปริมาณช้างป่ามีเป็นจำนวนมากประมาณ 120 ตัว ก็อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตามก็ได้ขอความร่วมมือผู้นำชุมชนช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชาวบ้านในอีกทางหนึ่งด้วย

พบซากช้างป่าตกเหวนรกเพิ่มอีก 2 ตัว ห่างจากจุดแรกที่ฝังกลบ 4 กม.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากที่ช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวม 13 ตัวถูกน้ำป่าพัดจนพลัดตก น้ำตกเหวนรก วันนี้ 18 ต.ค.62 นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือช้างป่าตกน้ำตกเหวนรก เปิดเผยว่า “เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามแผนป้องกันฯ โดยจัดชุดเฝ้าระวังช้างป่าบริเวณน้ำตกเหวนรกที่เสี่ยงต่ออันตราย ด้านเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ซากช้างป่าฯ ของศูนย์ช่วยเหลือฯ ยังคงเข้าดำเนินการเก็บกู้ซากช้างป่า โดยวันนี้(18 ต.ค.) การเก็บกู้ซากช้าง สามารถเข้าถึงซากที่ 4 และ 5 ด้วยความยากลำบากเนื่องจากสองข้างของลำห้วยบริเวณด้านในเป็นผาชันทั้งนี้ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนยังปฏิบัติภารกิจกันอย่างทุ่มเทเพื่อให้ภารกิจเก็บกู้ซากช้างป่าให้แล้วเสร็จ และเพื่อให้มีข้อมูลด้านระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง จึงเริ่มติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ( camera trap) บริเวณซากและจุดเก็บกู้ซาก โดยทาง ผอ.ศูนย์ฯ ได้กำชับให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความระมัดระวัง และวิธีการทำลายซากช้างป่าทั้ง 2 ตัว จะทำการเผาเพื่อทำลายซาก ไม่ให้มีผลกระทบมลภาวะทางน้ำใต้เขื่อนขุนด่านปราการชลต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับซากช้างป่าที่พบล่าสุด 2 ตัว อยู่ในน้ำตกชั้นที่ 5 แต่เลยเหนือขึ้นไปจากจุดที่พบก่อนหน้ารวม 3 ตัว ที่ทีมชุดเก็บกู้ซากช้างป่าได้ชำแหละพร้อมทำการฝังกลบที่ริมคลองต้นไทร การเดินทางระยะไกลกว่า 4 กม. ต้องเข้าป่าดงดิบ พร้อมปีนป่ายหน้าผาลาดชัน และพื้นที่ในน้ำตกเหวนรกที่จำกัด น้ำไหลแรงเชี่ยวกราก โดยเฉพาะการเสี่ยงภัยต่อน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมีฝนตกในภูเขาเกือบทุกวันและทางปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ด่านปากช่อง จ.นครราชสีมา

โซเชียลเอ็นดู “พี่บุญช่วย” ช้างป่าโดนเอ็ดแต่เช้า เดินเตร่ริมถนนแก่งกระจาน

พี่บุญช่วย ช้างป่าแก่งกระจาน ออกมาโชว์ตัวริมถนนตัดอุทยานฯ ทำสภาพจราจรต้องหยุดชะลอ เจ้าหน้าที่ฯ รีบบึ่งเข้าไปเคลียร์ พร้อมกับส่งเสียงเอ็ดตั้งแต่เช้า

(2 ธ.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นภาพช้างป่าออกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมทาง ทำให้รถที่สัญจรผ่านไปมาต้องหยุดจอดให้ช้างป่าผ่านไป กระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาช่วยส่งเสียงให้ช้างกลับเข้าไปในป่า

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ช้างป่าตัวดังกล่าวชื่อว่า “พี่บุญช่วย” ได้ปรากฏตัวออกมาเดินอยู่ริมถนนตัดผ่านอุทยานฯ ทำให้รถที่ผ่านไปมาต้องหยุดชะลอ เพื่อความปลอดภัย แต่ปรากฏว่าไม่นานนักเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็ได้รับแจ้งและรีบเดินทางมาตรวจสอบ เมื่อเห็นพี่บุญช่วยเดินอยู่ ก็ได้ส่งเสียงร้องไล่ให้ช้างกลับเข้าป่าไป โดยไม่ได้ทำอันตรายหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด

หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนตั้งชื่อคลิปให้ว่า “โดนเอ็ดแต่เช้า” พร้อมกับแอบแซวสำเนียงและน้ำเสียงของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่มีความดุดันและพลังที่ทำให้เจ้าช้างป่ากลับเข้าป่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะมีอาการอิดออดฟาดงวงฟาดงาเล็กน้อยก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็กลับสู่ปกติได้อย่างรวดเร็ว

ซิมบับเวเผชิญสภาวะภัยแล้ง ช้างป่าขาดแคลนน้ำ-อาหาร ล้มตายแล้ว 200 ตัว

ช้างป่าในอุทยานแห่งชาติของซิมบับเวและสัตว์ป่าหลายชนิดต่างได้รับผลกระทบจากสภาวะภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำและอาหารล้มตายแล้วอย่างน้อย 200 ตัว

ช้างป่าในอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของซิมบับเวล้มอย่างน้อยกว่า 200 นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำจากสภาวะแห้งแล้งเนื่องจากฝนไม่ตก

ทินาช ฟาราโว โฆษกของอุทยานแห่งชาติซิมบับเวและเจ้าหน้าที่จัดการสัตว์ป่า กล่าวว่า “นอกจากช้างป่าแล้วยังมียีราฟ ควายป่าและละมั่งแอฟริกา รวมไปถึงนกบางชนิดต่างก็เริ่มได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำเช่นกัน ซึ่งหากมีฝนตกลงมาจะช่วยให้สถานการณ์ของสัตว์ป่าดีขึ้น”

ผลกระทบของสภาวะแห้งแล้งในเขตอุทยานแห่งชาติฯ นั้นส่งผลให้สัตว์ป่าจำนวนมากต้องเข้าไปหาอาหารและน้ำดื่มจากหมู่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่กสิกรรมเกษตรของประชาชนเป็นจำนวนมาก

ทางอุทยานฯ กล่าวว่า ‘ในปีนี้มีประชาชนเสียชีวิตแล้วถึง 33 คน จากการปะทะกับสัตว์ป่าที่เข้ามาหากินในหมู่บ้าน’

สำหรับแผนการรับมือนั้น ทางอุทยานฯกล่าวว่าตอนนี้มีแผนที่จะอพยพช้างจำนวน 600 ตัว สิงโต 2 ฝูง ฝูงหมาป่า ควายป่า 50 ตัว ยีราฟ 40 ตัวและ ละมั่งแอฟริกาอีก 2,000 ตัวไปยังอุทยานฯ อื่นๆ ทางตอนเหนือของประเทศซิมบับเว

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์สัตว์ออกมาเตือนมา ให้ระวังช้างป่าอาจจะมีการล้มตายและอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำเพิ่มขึ้น หากในปีนี้ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอ

ซิมบับเวมีประชากรช้างป่ากว่า 85,000 ตัว ทั้งนี้ อยู่ในการดูแลของทางอุทยานแห่งชาติฯ เพียง 55,000 ตัวเท่านั้น