Slider

4 วีธีช่วยช้าง อนุรักษ์สัตว์คู่บ้านคู่เมือง

บางครั้งเราจะได้เห็นช้างมาเดินริมถนน เราก็รู้สึกไม่ดีกันใช่ไหมล่ะค่ะเพราะว่าช้างถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของเรามานาน วันนี้เราจึงจะมาเพื่อนๆมาชม 4 วีธีช่วยช้าง อนุรักษ์สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรากันค่ะ

4 วีธีช่วยช้าง อนุรักษ์สัตว์คู่บ้านคู่เมือง

ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้าง
แม้ว่าจะมีการรณรงค์ไม่ซื้อสินค้าจากงาช้างในหลายๆ ประเทศ แต่จากการสำรวจก็ยังพบว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงนิยมซื้องาช้างเป็นของที่ระลึกของฝากกันอยู่ดี หรือบางคนก็ซื้องาช้างเพราะความเชื่อเรื่องโชคลาง อยากให้ทุกคนเข้าใจใหม่ว่า งาช้างที่ขายอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ มาจากช้างที่ถูกฆ่าและทารุณอย่างโหดร้ายเพื่อนำงามาขาย หากว่าเราซื้อสินค้าจากงาช้าง ก็เปรียบได้กับว่าเราจ่ายเงินเพื่อฆ่าช้างด้วย

รักษาป่าไม้
การอนุรักษ์ให้ช้างมีที่อยู่อาศัยและสามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้ตามธรรมชาตินั้น เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาบ้านของช้างอย่าง ป่าไม้ ให้อยู่ในสภาพอุดมสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จริงอยู่ว่าหลายๆ คนไม่มีทางไปตัดไม้ทำลายป่าด้วยตัวเองแน่ๆ แต่ทุกวันนี้คุณก็อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมโดยที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณมองหาสัญลักษณ์ FSC ที่กล่องบรรจุภัณฑ์ก่อนซื้อสินค้าเสมอ ซึ่งสัญลักษณ์ FSC (Forest Stewardship) นี้หมายความว่า บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการป่าอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ได้ตัดไม้ทำลายป่า แต่เป็นการผลิตจากป่าไม้ชดเชยที่ใช้ในทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ สรุปสั้นๆ ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายป่า และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง

4 วีธีช่วยช้าง อนุรักษ์สัตว์คู่บ้านคู่เมือง

ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง
อาจฟังดูเหมือนว่าเรื่องนี้ห่างจากการอนุรักษ์ช้างโดยสิ้นเชิง แต่ความจริงแล้วการไม่ทิ้งขยะเกลื่อนกลาดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีอนุรักษ์ธรรมชาติสืบเนื่องมาจากวิธีอนุรักษ์ด้านบนเช่นกัน หลายๆ คนอาจเคยได้เห็นวีรกรรมความมักง่ายของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกหลายๆ คน ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสัตว์โลกนานับประการมาบ้างแล้ว เช่น สัตว์กลืนกินขยะพลาสติกเข้าไป หรือติดอยู่ในดงขยะจนออกมาไม่ได้ก็มี ในกรณีของช้างเอง ก็เคยมีแพทย์ออกมาแสดงความเป็นห่วง หลังตรวจสอบพบว่ามูลของช้างป่ามีขยะพลาสติกปนเปื้อนอยู่ด้วย จะเห็นได้ว่าการทิ้งขยะชิ้นเล็กน้อยไม่เป็นที่เป็นทางนั้น ส่งผลเสียมหาศาลเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีง่ายๆ อีกวิธีที่คุณจะสามารถช่วยช้าง สัตว์ร่วมโลกประเภทอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ด้วยกัน ก็คือการทิ้งขยะให้ลงถัง

อุปถัมภ์ช้าง
อ่านแค่หัวข้อก็อย่าเพิ่งตกใจไป เราไม่ได้บอกให้คุณไปหาซื้อช้างมาดูแลสักตัวเพื่ออนุรักษ์ช้างหรอกนะ เราแค่อยากแนะนำให้คุณรู้ว่า ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานจำนวนมากที่อุทิศแรงกายและแรงใจเพื่อการอนุรักษ์ช้างและสัตว์ป่าอย่างแท้จริง หากว่าคุณอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ และช้างทั้งหลายได้ใช้ชีวิตตามระบบนิเวศ คุณก็สามารถอุปถัมภ์ช้างเหล่านี้ได้เช่นกัน โดยแต่ละหน่วยงานก็มีรูปแบบแตกต่างกันไป หากพูดถึงในประเทศไทยโดยเฉพาะ คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลจากหน่วยงานเหล่านี้ได้โดยตรงเลยค่ะ

4 วีธีช่วยช้าง อนุรักษ์สัตว์คู่บ้านคู่เมือง

ช้างพุ่มไม้แอฟริกา

ช้างพุ่มไม้แอฟริกา หรือที่นิยมเรียกกันว่า ช้างแอฟริกา นับเป็นช้างขนาดใหญ่ที่สุด และถือเป็นสัตว์บกและสัตว์กินพืชที่ใหญ่และหนักที่สุดในโลก

ช้างพุ่มไม้แอฟริกา

ช้างพุ่มไม้แอฟริกาตัวผู้อาจจะมีความสูงถึงเกือบ 4 เมตร เมื่อวัดจากเท้าถึงหัวไหล่ แต่โดยเฉลี่ยทั่วไปพวกเขาจะมีความสูงประมาณ 3.3 เมตร น้ำหนักประมาณ 5.5 ตัน ขณะที่ตัวเมียจะมีขนาดเล็กลงมากว่าหน่อย คือ สูง 2.8 เมตร และมีน้ำหนัก 3.7 ตันโดยเฉลี่ย มีงายาวได้ถึง 20 นิ้ว มีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่งาของตัวผู้จะสั้นและอวบใหญ่กว่า ส่วนงาของตัวเมียจะยาวกว่า แต่มีความเรียวบางกว่า เท้าหน้ามี 4 เล็บ และเท้าหลังมี 3 เล็บ มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 50 ปี

ปัจจุบัน มีรายงานการพบช้างพุ่มไม้แอฟริการ้อยละ 30 ที่เกิดมาไม่มีงา สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะพันธุกรรมตกทอดกันมาจากการที่ถูกมนุษย์ล่าเอางา ช้างที่ไม่มีงานั้นดุร้ายและอันตรายยิ่งกว่าช้างที่มีงามากทีเดียว

ช้างพุ่มไม้แอฟริกา

ช้าง 10 ตระกูล สัตว์หิมพานต์

ช้างถือได้ว่าเป็นสัตว์ประจำชาติของไทยเรา โดยคนไทยเชื่อว่าเป็นสัตว์มงคลคู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นสัตว์ประจำรัชกาลที่9 ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นสัตว์หิมพานต์อย่างช้าง อยู่รอบพระเมรุมาศที่จัดตั้งไว้อย่างวิจิตรบรรจงดุจมีชีวิต ราวกับอยู่กลางป่าหิมพานต์อย่างแท้จริง โดยประติมากรรม ช้าง 10 ตระกูล จะมีตระกูลใดบ้างไปชมกันเลย

ช้าง 10 ตระกูล สัตว์หิมพานต์

ช้างมงคลประจำทิศเหนือ อาศัยอยู่ปากแม่น้ำหัตถีมุข
1.ตระกูลฉัททันต์ มีผิวกายขาวบริสุทธิ์ดุจสีเงินยวง จะเหาะไปในนภาอากาศก็ได้ ครั้นจะไปทางบกก็ไปได้รวดเร็ว และมีพละกำลังเหนือกว่าช้างใดๆ
2.ตระกูลอุโบสถ มีลักษณะสูงใหญ่สง่างาม ผิวดังสีทอง มีฤทธิ์เหาะไปในอากาศได้ มีช้างสีเหลืองเป็นบริวาร และถือกันว่าพญาช้างอุโบสถนั้น สมควรเป็นพาหนะของพระมหาจักรพรรดิเท่านั้น
3.ตระกูลเหมหัตถี มีผิวสีเหลืองดังทอง ลักษณะสูงใหญ่ มีหมู่ช้างพลายพังเป็นบริวารจำนวนมาก
4.ตระกูลมงคลหัตถี ผิวดังสีดอกอัญชัน รูปร่างสูงสง่า
5.ตระกูลคันธหัตถี ผิวตัวดังไม้กฤษณา ร่างสูงใหญ่ กลิ่นตัวและมูตรคูตหอมหวนชื่นใจ
6.ตระกูลปิงคลหัตถี สีตัวเหลืองอ่อนดังสีตาแมว สูงสง่างาม มีช้างเป็นบริวารจำนวนมาก
7.ตระกูลตัมพหัตถี ผิวสีทองแดง มีกำลังและบริวารมาก
8.ตระกูลปัณฑรหัตถี สีตัวดังเขาไกรลาศ หมายถึงสีขาวนั่นเอง เพราะเขาไกรลาศนั้นว่ากันว่ามีหิมะจับขาวไปหมด
9.ตระกูลคังไคยหัตถี สีกายดังสีอุทกวารี หมายถึงสีของแม่น้ำ
10.ตระกูลกาฬวกหัตถี มีสีกายดังสีปีกกา

ช้าง 10 ตระกูล สัตว์หิมพานต์

ชนิดของช้าง

เราเคยรู้กันบ้างไหมค่ะว่า ช้างที่เราเห็นนั้นเขามีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วชื่อที่เราเรียกกันนั้นมันคืออะไร ทำไมถึงเรียกแบบนั้น วันนี้เราพามารู้จักกับชนิดของช้างในแต่ละแบบกันค่ะ

ชนิดของช้าง
  • “ช้างพัง” คือ ช้างตัวเมีย ไม่มีงา แต่บางทีมีงาเล็ก ๆ ออกมา เรียกว่า “ขนาย”
  • “ช้างพลาย” คือ ช้างตัวผู้ที่มีงา
  • “ช้างสีดอหรือช้างนรการ”คือช้างพลายหรือช้างเพศผู้แต่มีงาที่มีขนาดสั้นโผล่ออกมาเพียงเล็กน้อย
    เท่านั้น ไม่ยาวเหมือนช้างงาตามปกติทั่วไป แต่มีขนาดของงาคล้ายขนายของตัวเมีย ปกติจะมีรูปร่างใหญ่โตกว่าช้างงาและมักมีกำลังมากกว่าช้างงาทั่วไป จึงมักจะเป็นจ่าฝูง
  • “ช้างสีดอมืด” คือ ช้างสีดอที่ไม่มีงาโผล่ออกมาเลย
  • “ช้างทอก” คือ ช้างที่เป็นจ่าฝูง
  • “ช้างทองแดง” คือ ช้างเผือก
  • “ช้างพลายแม่” คือ ช้างเพศเมียที่มีร่างกายใหญ่โตผิดกว่าช้างพักทั่วไป และมีขนายยาวใหญ่ผิดธรรมดาจนเกือบจะเป็นงา
  • “ช้างแม่ปะแหลกหรือช้างแม่หนัก”คือช้างพลายแม่ที่มีความเก่งกล้าจนได้รับการยกย่องให้เป็น
    จ่าโขลง
ชนิดของช้าง
  • “ช้างบำรูงา” คือ การนำเอาช้างงาสองเชือกมาทำท่าจะชนกัน
  • “ช้างชนะงา” คือ ช้างมีงาที่ได้รับการฝึกให้รู้จักการต่อสู้มาแล้ว หรือเคยผ่านสงครามชนช้างชนะช้างอื่นมาแล้ว
  • “ช้างเผือก” คือ ช้างสำคัญหรือช้างสีประหลาดหรือช้างเนียมที่เข้าพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวาง
    และรับพระราชทานนามแล้ว

“ช้างเนียมหรือช้างมณีจักราช” มี 3 ตำราที่กล่าวถึง และในแต่ละตำราก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป คือ
1.หมายถึงช้างที่มีสีกายดำ เล็บดำ
2.หมายถึงช้างที่มีลักษณะ ๓ ประการ คือ พื้นหนังดำ งามีลักษณะดังรูปปลีกล้วย และเล็บดำ
3.หมายถึงช้างสีดอ

ช้างที่พระเป็นเจ้าทั้ง 4 องค์สร้าง

เราเคยรู้กันใหม่ค่ะว่าช้างที่พระเป็นเจ้าทั้ง 4 องค์สร้างนั้น ว่ามีช้างประเภทไหนบ้าง และแบ่งวรรณะเหมือนคนในประเทศอินเดียยังไง ไปดูกันเลยจ้า

  • อิศวรพงศ์
    คือ ช้างที่พระอิศวรสร้างเป็นวรรณะกษัตริย์ ลักษณะหนังเนื้อดำสนิท ผิวพรรณละเอียดเกลี้ยง หน้าใหญ่ โขมดสูง น้ำเต้ากลม งวงเรียวแลดูเป็นต้น และปลายเงาทั้งสองใหญ่งอนขึ้นอยู่เสมอกัน ปากรีแหลมรูปเป็นพวยหอยสังข์ คอกลมเมื่อเดินยกเป็นสง่าหน้าสูงกว่าท้าย ทรวงอกผึ่งผายใหญ่กว้างแสดงกำลัง ท้ายเป็นสุกร หลังเป็นคันธนู ขนดท้องตามวงหลัง ขาหน้าทั้งสองอ่อนประหนึ่งแขนเท้า เท้าและข้อเท้าหน้าหน้าหลังเรียวรัดดังฝักบัวกลม หางเป็นข้อห่วง สนับงาแลเห็นเป็น ๒ ชั้น ขมับเต็มไม่พร่อง หูใหญ่ ช่อม่วงข้างขวายาว ใบหูอ่อนนุ่มมีขนขึ้นมากกว่าข้างซ้าย
ช้างที่พระเป็นเจ้าทั้ง 4 องค์สร้าง
  • พรหมพงศ์
    คือ ช้างที่พระพรหมสร้างเป็นวรรณะพราหมณ์ ลักษณะเนื้อหนังอ่อนขนอ่อนละเอียด เส้นเรียบ หน้าใหญ่ท้ายต่ำน้ำเต้าแฝด ขนงคิ้วสูง โขมดสูง มีกระทั่วตัวดังดอกกรรณิการ์ ขนหลัง ขนหู ขนปาก และขนตายาว ขุมหนึ่งขึ้น ๒ เส้น อกใหญ่ งวงเรียวรัด งาใหญ่ ปลายและต้นสมส่วนงาสีดอกจำปา
  • วิษณุพงษ์
    คือ ช้างที่พระนารายณ์สร้างเป็นวรรณะแพศย์ ลักษณะผิวเนื้อหนังนาขนเกรียน ทรวงอก คอ และสีข้าง เท้าทั้งสี่ใหญ่ได้ขนาด หาง งวงและหน้ายาวใหญ่อย่างประหลาด มีกระที่หูแดง ประไปสม่ำเสมอกันตาใหญ่ขุ่นหลังราบ
  • อัคนีพงศ์
    คือ ช้างที่พระเพลิงสร้าง เป็นวรรณะศูทร ลักษณะผิวเนื้อแข็งกระด้าง ขนหยาบ หน้าเป็นกระแดงดั้งแววมยุรา งาแดง หลังแดง หน้า งวงแดง ผิดเนื้อหม่นไม่ดำสนิท ตะเกียบหูห่าง หางเขิน ตาสีน้ำผึ้ง
ช้างที่พระเป็นเจ้าทั้ง 4 องค์สร้าง

วิธีการฝึกสอนลูกช้าง

      ลูกช้างที่สมบูรณ์ เมื่อมีอายุประมาณ ๔-๕ ขวบ จะมีร่างกายใหญ่โตพอ ที่จะฝึกให้ทำงานต่างๆ ได้ ประกอบกับเป็นระยะเวลา ที่ลูกช้างหย่านมแล้ว การฝึกลูกช้างที่มีอายุน้อย ทำได้ง่ายกว่าฝึกลูกช้างที่มีอายุมาก ลูกช้างที่โตเกินไป มักจะทนต่อการถูกบังคับ และทนต่อการฝึกสอนไม่ได้ จึงอาจจะตายในระยะฝึกสอนได้ง่ายกว่าลูกช้างที่มีอายุน้อยๆ การฝึกสอนลูกช้างแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ

๑. การฝึกสอนเบื้องต้น

      ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน เริ่มตั้งแต่วันลูกช้างเข้าคอกที่เตรียมไว้ สถานที่ที่ฝึกสอนควรเป็นสถานที่ร่มเย็น และใกล้น้ำ เพราะจะต้องให้ลูกช้างฝึกอาบน้ำด้วย การจับลูกช้างเข้าคอกในระยะแรกมีความลำบากมาก เพราะแม่ช้างมักไม่ยอมให้แยกลูกของตัวออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพรากแม่ช้างให้ไปอยู่ไกลๆ หรือมัดแม่ช้างไว้กับต้นไม้เสียก่อน แล้วใช้เชือกคล้องฉุดลูกช้างเข้าคอก ในระยะ ๑ เดือน ที่ลูกช้างได้รับการฝึกเบื้องต้นนี้ ลูกช้างจะได้รับการสอนให้รู้จัก การใส่ปลอกขาหน้าหรือ “จะแคะ” การมีคนขึ้นขี่หลัง การยกเท้าหน้าให้คนขี่ขึ้นลง การเดินไปยังที่ต่างๆ โดยมีคนขี่คอคอยบังคับ การอาบน้ำ ฯลฯ ในระหว่างการฝึกนี้ ผู้ฝึกจะต้องนำลูกช้างเข้าออกคอกอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำความคุ้นเคยกับคนขี่คอ ซึ่ง จะเป็น “ควาญ” ในเวลาต่อไป เมื่อเสร็จจากการฝึกเบื้องต้นแล้ว ก็ถึงระยะการฝึกขั้นสุดท้าย

๒. การฝึกขั้นสุดท้าย 

      คือ การฝึกงานด้านทำไม้ซึ่งเป็นการฝึกทีละขั้นให้ลูกช้างรู้จักกับการใส่เครื่องอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการชักลากไม้ ฝึกชักลากไม้แบบต่างๆ ถ้าเป็นลูกช้างตัวผู้ที่มีงา ก็ฝึกการยกไม้ด้วยงา ฝึกการทำไม้บนเขา ทำไม้ในลำห้ว ย ฝึกให้ทำงานร่วมกับช้างอื่น ตลอดจนฝึกให้ชินกับเสียงของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการทำไม้ การฝึกลูกช้างในการทำไม้นี้ ต้องใช้เวลานาน ๓-๔ ปี เพราะต้องค่อยๆ ฝึกทีละน้อย และให้ลากไม้ท่อนเล็กๆ ไปพลางก่อน ความจริงการฝึกขั้นสุดท้ายนี้อาจจะใช้เวลาเพียง ๑ หรือ ๒ ปีก็พอ แต่เมื่อฝึกไปแล้ว ช้างยังตัวเล็กอยู่ ยังใช้ทำงานหนักไม่ได้ จึงทำให้ดูคล้ายกับว่า การฝึกในระยะนี้ต้องใช้เวลานาน

การฝึกลูกช้างโดยใส่เครื่องหลัง

ความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ช้าง

ช้าง (Elephant) คือ สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กินพืชเป็นอาหาร และชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือที่เรียกกันว่า โขลง ปัจจุบันจำนวนประชากรช้างทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว (ยกเว้นบางประเทศที่มีการอนุรักษ์อย่างจริงจัง) อันเนื่องมาจากการล่าช้างเพื่อเอางา ซึ่งมีราคาสูง อีกทั้งพืชที่ป่าที่ลดลง ทำให้แหล่งอาหารของช้างลดลงไปด้วย ดังนั้นจึงเกิดกระแสการอนุรักษ์ช้างขึ้นทั่วโลก รวมถึงการออกกฏหมายระหว่างประเทศในเรื่องการห้ามค้างาช้างอีกด้วย

ใกล้การสูญพันธุ์ - Endangered Wiedeife สัตว์ป่าไกล้สูญพันธุ์

ช้างมีกี่สายพันธุ์
ถ้าจัดแบ่งตามสายพันธุ์ ช้างในโลกเราจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ

1. ช้างแอฟริกา (African elephant)
ช้างแอฟริกาเป็นช้างที่มีขนาดใหญ่กว่าช้างเอเชีย มีหูขนาดใหญ่ ตัวผู้มีขนาดลำตัวสูง 3.5 – 4 เมตร หนัก 5-6 ตัน ส่วนตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า คือสูงประมาณ 3 เมตร และหนัก 3.4 – 4.5 ตัน สามารถพบได้ทั่วไปแทบทุกส่วนของทวีปแอฟริกา ช้างแอฟริกามีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ช้างแอฟริกาเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคไพลสโตซีน (2,588,000 – 11,700 ปีมาแล้ว) ปัจจุบันมีช้างแอฟริกาเหลืออยู่ไม่เกิน 700,000 ตัว

2. ช้างเอเชีย (Asian elephant)
ช้างเอเชีย จะมีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา มีลักษณะลำตัวอ้วนกลม หัวกลมใหญ่ และมีนิสัยดุร้ายน้อยกว่าช้างแอฟริกา (ยกเว้นกรณีตกมันหรือบาดเจ็บ) ช้างเอเชียตัวผู้และตัวเมียจะมีขนาดไม่ต่างกันมาก ความสูงอยู่ในช่วง 2-4 เมตร และหนัก 3-5 ตัน ช้างตัวผู้เราจะมีชื่อเรียกเฉพาะว่าช้างพลาย หรือ ช้างงา ส่วนตัวผู้ที่ไม่มีงาจะเรียกว่าช้างสีดอ และตัวเมียจะเรียกว่า ช้างพัง โดยที่ช้างพังอาวุโสจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม หรือจ่าโขลง ปัจจุบันเหลือช้างเอเชียเหลืออยู่ในธรรมชาติราว 60,000 ตัว

ความรู้ทั่วไป เกี่ยวกับสายพันธุ์ช้าง


ช้างในประเทศไทย ช้างในประเทศไทยเป็นช้างเอเซียชนิดพันธุ์ย่อยอินเดีย (Elephas maxinus indicus) บางครั้งจึงเรียก Indian Elephant 

งาคือส่วนใดของฟันช้าง งาเป็นส่วนของฟันตัดคู่หน้าด้านบนของช้าง มิใช่เขี้ยวดังที่เข้าใจ และจะมีการเจริญยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต 

ช้างใช้งาเพื่อเป็นอาวุธ แสดงอำนาจ เป็นเครื่องมือขุดงัด ฯลฯ 

ช้างป่าในประเทศไทยมีที่ใด เรายังพบช้างป่าได้ตามอุทยานและเขตรักษาพันธุ์

สัตว์ป่า เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ่างฤาไน แก่งกระจาน กุยบุรี เขาสอยดาว ภูหลวง ฯลฯ

 ช้างกินนม

อย่างไร ลูกช้างกินนมโดยการใช้ปากดูดนมโดยตรงจากเต้านมแม่ที่มี 1 คู่ตรงตำแหน่งหน้าอกตรงกับขาคู่หน้า 

ช้างตกมัน อาการ : มีน้ำมันไหล

จากต่อมขมับ อารมณ์ฉุนเฉียว ดื้อ จนถึงดุร้าย ไม่สามารถควบคุมได้ ปัสสาวะบ่อย อวัยวะเพศแข็งตัว การตกมันเกิดได้ทั้งช้างเพศผู้และเพศ

เมีย แต่ความรุนแรงจะมีมากในช้างเพศผู้ สาเหตุ : ช้างที่มีความสมบูรณ์สูง พลังงานสะสมมาก ไม่ได้ใช้งาน เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ระยะใกล้ฤดูผสม

พันธุ์จะเริ่มมีอาการตกมัน การตกมันเกิดขึ้นทุกปี กินเวลาคราวละประมาณ 2-3 อาทิตย์แล้วจะหายกลับเป็นปกติเอง

 อาหารของช้าง ช้างเป็น

สัตว์กินพืช โดยใช้งวงจับป้อนเข้าปากแล้วบดเคี้ยวด้วยฟันกราม พืชอาหารช้าง ได้แก่ ไผ่ ประดู่ รัง หญ้า เพ็ก แขม กล้วย หมาก อ้อย ข้าว 

ฯลฯ ปริมาณ วันละประมาณ 200 ถึง 250 กิโลกรัม ช้างใช้น้ำดื่มกิน เล่นและอาบ ประมาณวันละ 200 ลิตร นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุ

อื่นๆ จาก ดินโป่งอีกด้วย



กำลังงานของช้าง

ช้างจะเริ่มทำงานได้เต็มที่ เมื่อมีอายุประมาณ ๒๕ ปี และเมื่ออายุประมาณ ๕๐ ปี ช้างจะมีกำลังถอยลง และจะทำงานเบาๆ เช่น ลากไม้เล็กๆ หรือขนของต่อไปได้ จนถึงอายุ ประมาณ ๖๐ ปี ต่อจากนั้นเจ้าของก็ให้หยุดทำงาน แล้วปล่อยให้กินหญ้าอยู่ตามลำพัง โดยมีการติดตามดูแลบ้างเป็นบางครั้งบางคราว กำลังความเข้มแข็งของช้าง เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ โดยเปรียบเทียบจากหน่วยน้ำหนักที่เท่ากันแล้ว ช้างอ่อนแอกว่ามนุษย์ถึง ๑๐ เปอร์เซนต์ แต่ม้ากลับแข็งแรงกว่ามนุษย์ถึง ๒๕ เปอร์เซนต์ จะเห็นได้ว่า ช้างนั้นแม้ตัวใหญ่โตก็จริง แต่กำลังที่ใช้ทำงานยังอ่อนแอกว่ามนุษย์เสียอีก ช้างเชือกหนึ่งๆ นั้น ลากไม้ครั้งหนึ่งๆ ได้ มีน้ำหนักไม่เกิน ๒ ตัน ในด้านของการทำไม้ ช้างเชือกหนึ่งชักลากไม้ในป่า ซึ่งมีสภาพยากง่ายปานกลางได้ปีละประมาณ ๔๕๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อระยะทางชักลากมาตรฐาน ๑ กิโลเมตร และสามารถยกไม้ด้วยงาได้ เป็นน้ำหนักไม่เกิน ๗๐๐ กิโลกรัม ในการบรรทุกของช้าง สามารถบรรทุกของได้น้อย เมื่อเทียบกับร่างกายอันใหญ่โตของมัน คือ มันสามารถบรรทุกของได้ครั้งละ ประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัมเท่านั้น และการบรรทุกของ เพื่อการเดินทางลงเขา จะบรรทุกได้น้อยกว่าการบรรทุกขึ้นเขา ช้างมีอัตราความเร็วในการเดินทางตามปกติ ประมาณ ๔ กิโลเมตร/ชั่วโมง ในวันหนึ่งๆ มันจะเดินทางได้ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร และเมื่อมันเดินทางติดต่อกัน ๓ วัน ต้องให้มันได้พักผ่อน เป็นเวลา ๑ หรือ ๒ วันด้วย ดังนั้น การเคลื่อนย้ายช้างจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง จึงทำได้ช้า นอกจากจะนำมันบรรทุกยานพาหนะที่จัดไว้เป็นพิเศษ และจะต้องฝึกฝนให้มันเคยชินกับยานพาหนะนั้นๆ เสียก่อน

ช้างยกไม้ด้วยงาหรือแหนบไม้
ช้างยกไม้ด้วยงาหรือแหนบไม้

เกี่ยวกับช้าง

การฝึกลูกช้าง

      ลูกช้างที่สมบูรณ์ เมื่อมีอายุประมาณ ๔-๕ ขวบ จะมีร่างกายใหญ่โตพอ ที่จะฝึกให้ทำงานต่างๆ ได้ ประกอบกับเป็นระยะเวลา ที่ลูกช้างหย่านมแล้ว การฝึกลูกช้างที่มีอายุน้อย ทำได้ง่ายกว่าฝึกลูกช้างที่มีอายุมาก ลูกช้างที่โตเกินไป มักจะทนต่อการถูกบังคับ และทนต่อการฝึกสอนไม่ได้ จึงอาจจะตายในระยะฝึกสอนได้ง่ายกว่าลูกช้างที่มีอายุน้อยๆ การฝึกสอนลูกช้างแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ

๑. การฝึกสอนเบื้องต้น

      ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน เริ่มตั้งแต่วันลูกช้างเข้าคอกที่เตรียมไว้ สถานที่ที่ฝึกสอนควรเป็นสถานที่ร่มเย็น และใกล้น้ำ เพราะจะต้องให้ลูกช้างฝึกอาบน้ำด้วย การจับลูกช้างเข้าคอกในระยะแรกมีความลำบากมาก เพราะแม่ช้างมักไม่ยอมให้แยกลูกของตัวออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพรากแม่ช้างให้ไปอยู่ไกลๆ หรือมัดแม่ช้างไว้กับต้นไม้เสียก่อน แล้วใช้เชือกคล้องฉุดลูกช้างเข้าคอก ในระยะ ๑ เดือน ที่ลูกช้างได้รับการฝึกเบื้องต้นนี้ ลูกช้างจะได้รับการสอนให้รู้จัก การใส่ปลอกขาหน้าหรือ “จะแคะ” การมีคนขึ้นขี่หลัง การยกเท้าหน้าให้คนขี่ขึ้นลง การเดินไปยังที่ต่างๆ โดยมีคนขี่คอคอยบังคับ การอาบน้ำ ฯลฯ ในระหว่างการฝึกนี้ ผู้ฝึกจะต้องนำลูกช้างเข้าออกคอกอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำความคุ้นเคยกับคนขี่คอ ซึ่ง จะเป็น “ควาญ” ในเวลาต่อไป เมื่อเสร็จจากการฝึกเบื้องต้นแล้ว ก็ถึงระยะการฝึกขั้นสุดท้าย

๒. การฝึกขั้นสุดท้าย 

      คือ การฝึกงานด้านทำไม้ซึ่งเป็นการฝึกทีละขั้นให้ลูกช้างรู้จักกับการใส่เครื่องอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการชักลากไม้ ฝึกชักลากไม้แบบต่างๆ ถ้าเป็นลูกช้างตัวผู้ที่มีงา ก็ฝึกการยกไม้ด้วยงา ฝึกการทำไม้บนเขา ทำไม้ในลำห้ว ย ฝึกให้ทำงานร่วมกับช้างอื่น ตลอดจนฝึกให้ชินกับเสียงของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการทำไม้ การฝึกลูกช้างในการทำไม้นี้ ต้องใช้เวลานาน ๓-๔ ปี เพราะต้องค่อยๆ ฝึกทีละน้อย และให้ลากไม้ท่อนเล็กๆ ไปพลางก่อน ความจริงการฝึกขั้นสุดท้ายนี้อาจจะใช้เวลาเพียง ๑ หรือ ๒ ปีก็พอ แต่เมื่อฝึกไปแล้ว ช้างยังตัวเล็กอยู่ ยังใช้ทำงานหนักไม่ได้ จึงทำให้ดูคล้ายกับว่า การฝึกในระยะนี้ต้องใช้เวลานาน

การฝึกลูกช้างโดยใส่เครื่องหลัง