แม่ช้าง และลูกๆช้าง
ลูกช้างกำลังสนุก
ลูกช้างกับเพื่อนใหม่
ลูกช้างกำลังลองสิ่งใหม่
Slider

ช้างคู่พระบารมี ร.9

ช้างคู่พระบารมี เป็นสัตว์ที่ช่วยเสริมบารมีให้แก่พระมหากษัตริย์ตามความเชื่อทางพระพุทธศาสานา เป็นผู้ปกป้องเอกราชเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและกษัตริย์ในหลายยุคสมัย และถูกใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ รวมถึงเป็นยานพาหนะในสมัยก่อนที่ทรงพละกำลังและเฉลียวฉลาด จึงถือว่า ช้าง เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย มานานตั้งแต่จำความได้

โดยช้างที่จะมาเป็นช้างคู่บารมีได้ จะต้องมีงา ขนรอบตัว ขนที่หาง เล็บ เพดานปาก ผิว และอัณฑโกศ เป็นสีขาว จึงจะเป็นช้างมงคลสมพระเกียรติ หรือที่เรียกกันว่า ช้างเผือก ซึ่งมีการแบ่งช้างเผือกเป็น 3 ชั้น คือ ช้างเผือกเอก ช้างเผือกโท และช้างเผือกตรี

ส่วนช้างเผือกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้น มีช้างเผือกทั้งสิ้น 10 เชือก ดังนี้

1. พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ชื่อเดิมคือ พลายแก้ว เป็นช้างพลายโท

1. พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ

2. พระเศวตวรรัตรกรีฯ เป็นช้างพลายเผือกลูกบ้าน

2. พระเศวตวรรัตรกรีฯ

3. พระเศวตสุรคชาธารฯ ชื่อเดิมคือ เป็นช้างพลายเผือก ที่พลัดหลงมา

3. พระเศวตสุรคชาธารฯ

4. พระเศวตศุทธวิลาศฯ ชื่อเดิมคือ พลายบุญรอด เป็นช้างพลายเผือก (สีดอ)

4. พระเศวตศุทธวิลาศฯ

5. พระเศวตภาสุรคเชนทร์ฯ ชื่อเดิมคือ ภาศรี เป็นช้างพลายลูกเถื่อน

5. พระเศวตภาสุรคเชนทร์ฯ

6. พระศรีเศวตศุภลักษณ์ฯ ชื่อเดิมคือ เจ้าแต๋น เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน

6. พระศรีเศวตศุภลักษณ์ฯ

7. พระวิมลรัตนกิริณีฯ ชื่อเดิมคือ ขจร เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน

7. พระวิมลรัตนกิริณีฯ

8. พระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ ชื่อเดิมคือ จิตรา เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน

8. พระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ

9. พระเทพวัชรกิริณีฯ ชื่อเดิมคือ ขวัญตา เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน

9. พระเทพวัชรกิริณีฯ

10. พระบรมนขทัศฯ ชื่อเดิมคือ ดาวรุ่ง เป็นช้างพลายเผือกลูกเถื่อน

10. พระบรมนขทัศฯ

วันช้างไทย

วันช้างไทย ริเริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น

คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริ์

ช้างมีกี่สปีชีส์

แต่ถ้าจัดแบ่งตามสปีชีส์ (Species) ช้างจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 สปีชีส์ คือ
1. ช้างแอฟริกา Loxodonta africana เป็นช้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อาศัยอยู่ตามที่โล่ง และป่าทั่วไปในแอฟริกา
2. ช้างป่าแอฟริกา Loxodonta cyclotis เป็นช้างที่มีขนาดรองลงมา อาศัยอยู่แถบใจกลางทวีปแอฟริกา
3. ช้างเอเชีย Elephas maximus มีขนาดเล็กที่สุด พบมากในอินเดีย พม่า ไทย และลาว

ช้างเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยมีมนุษย์เป็นต้นตอหลัก ทั้งจากการล่าช้างเพื่อเอางาไปขาย และการบุกรุกพื้นที่ป่าทำลายแหล่งอาหารของช้าง แต่สถานการณ์ของช้างในประเทศไทยถือว่าค่อนข้างดี เพราะได้มีการอนุรักษ์อย่างจริงจังมาหลายปี ทำให้ช้างป่าตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับช้าง
– ช้างป่าเรียกว่า ตัว ส่วนช้างบ้านเรียกว่า เชือก
– ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติของไทยและลาว (ลาวเดิมชื่ออาณาจักรล้านช้าง)
– ช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
– งวงช้าง ทำหน้าที่เป็นทั้งจมูกและมือในเวลาเดียวกัน
– ช้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
– ช้างออกลูกครั้งละ 1 ตัว โดยแม่ช้างใช้เวลาตั้งท้องนาน 22 เดือน
– ช้างแอฟริกามีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย และช้างเอเชียมีงาเฉพาะตัวผู้
– ปัจจุบันแทบทุกประเทศได้ออกกฏหมายห้ามค้างาช้าง เพื่อช่วยลดจำนวนช้างที่ถูกฆ่าเพื่อเอางา
– ปัจจุบันเหลือช้างทุกสายพันธุ์อยู่บนโลกไม่เกิน 800,000 ตัว
– ช้างกินอาหารประมาณ 10% ของน้ำหนักตัว ต่อวัน

ช้างมีกี่สายพันธุ์

ช้าง (Elephant) คือ สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กินพืชเป็นอาหาร และชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือที่เรียกกันว่า โขลง ปัจจุบันจำนวนประชากรช้างทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว (ยกเว้นบางประเทศที่มีการอนุรักษ์อย่างจริงจัง) อันเนื่องมาจากการล่าช้างเพื่อเอางา ซึ่งมีราคาสูง อีกทั้งพืชที่ป่าที่ลดลง ทำให้แหล่งอาหารของช้างลดลงไปด้วย ดังนั้นจึงเกิดกระแสการอนุรักษ์ช้างขึ้นทั่วโลก รวมถึงการออกกฏหมายระหว่างประเทศในเรื่องการห้ามค้างาช้างอีกด้วย

ช้างมีกี่สายพันธุ์
ถ้าจัดแบ่งตามสายพันธุ์ ช้างในโลกเราจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ

1. ช้างแอฟริกา (African elephant)
ช้างแอฟริกาเป็นช้างที่มีขนาดใหญ่กว่าช้างเอเชีย มีหูขนาดใหญ่ ตัวผู้มีขนาดลำตัวสูง 3.5 – 4 เมตร หนัก 5-6 ตัน ส่วนตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า คือสูงประมาณ 3 เมตร และหนัก 3.4 – 4.5 ตัน สามารถพบได้ทั่วไปแทบทุกส่วนของทวีปแอฟริกา ช้างแอฟริกามีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ช้างแอฟริกาเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคไพลสโตซีน (2,588,000 – 11,700 ปีมาแล้ว) ปัจจุบันมีช้างแอฟริกาเหลืออยู่ไม่เกิน 700,000 ตัว

2. ช้างเอเชีย (Asian elephant)
ช้างเอเชีย จะมีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา มีลักษณะลำตัวอ้วนกลม หัวกลมใหญ่ และมีนิสัยดุร้ายน้อยกว่าช้างแอฟริกา (ยกเว้นกรณีตกมันหรือบาดเจ็บ) ช้างเอเชียตัวผู้และตัวเมียจะมีขนาดไม่ต่างกันมาก ความสูงอยู่ในช่วง 2-4 เมตร และหนัก 3-5 ตัน ช้างตัวผู้เราจะมีชื่อเรียกเฉพาะว่าช้างพลาย หรือ ช้างงา ส่วนตัวผู้ที่ไม่มีงาจะเรียกว่าช้างสีดอ และตัวเมียจะเรียกว่า ช้างพัง โดยที่ช้างพังอาวุโสจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม หรือจ่าโขลง ปัจจุบันเหลือช้างเอเชียเหลืออยู่ในธรรมชาติราว 60,000 ตัว