แม่ช้าง และลูกๆช้าง
ลูกช้างกำลังสนุก
ลูกช้างกับเพื่อนใหม่
ลูกช้างกำลังลองสิ่งใหม่
Slider

บทความ

โรคของช้าง

แม้ว่าช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต แม้ว่าช้างจะมีรูปร่างใหญ่โต แต่ก็อาจเป็นโรคได้ เช่นเดียวกับสัตว์อื่น ช้างที่ถูกกักขัง และอยู่ใกล้ชิดสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มีโอกาสติดโรคจากสัตว์เลี้ยงได้ง่าย ส่วนช้างที่ทำงานในป่า มักจะเกิดเป็นฝี และโรคผิวหนังพุพองกันมาก ฝีอาจเกิดขึ้นได้ง่ายจากการถูกหนามทิ่มตำผิวหนัง

ช้างเผือก

คำว่า ช้างเผือก เป็นคำสามัญที่คนทั่วไปเรียกช้าง ซึ่งมีผิวหนังเป็นสีชมพูแกมเทา อันเป็นสีที่ผิดแปลกไปจากสี ของผิวหนังช้างธรรมดา (ปกติเป็นสีเทาแกมดำ) โดยไม่คำนึงถึงลักษณะอื่นๆ ประกอบด้วย ฉะนั้น คำว่า ช้างเผือก ตามความหมาย ที่เราเข้าใจกัน

การกินการนอน

การนอนหลับโดยปกติของช้าง มีระยะเวลาสั้น ประมาณ ๓-๔ ชั่วโมง เวลานอนของมันอยู่ในระหว่าง ๒๓.๐๐-๐๓.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้น ลักษณะการนอน ของช้างเมื่อหลับสนิท จะนอนตะแคงลำตัวข้างใดข้างหนึ่งลงกับพื้น ช้างมีอาการหาวนอน และนอนกรน เช่นเดียวกับมนุษย์ ถ้าหากพบช้างนอนหลับในเวลากลางวัน

การตกลูก

เมื่อช้างแม่ถึงกำหนดใกล้จะคลอดลูก มักจะไปหาที่ ซึ่งมีหญ้าอ่อน หรือพื้นดินนุ่ม เพื่อมิให้เป็นอันตรายแก่ลูกที่จะคลอดออกมา เพราะช้าง แม่ส่วนมากจะยืนคลอดลูก โดยย่อขาหลังต่ำลงมา ลูกอาจจะตกลงพื้นดินในระยะสูงพอควร ลูกซึ่งคลอดออกมาจะมีถุงใสๆ เป็นเยื่อบางๆ หุ้มอยู่ แม่รับจะเข้าไปช่วยฉีกถุงเยื่อที่หุ้มออกจากตัวลูกช้าง

๖ ข้อสำคัญของ “ช้างไทย”

สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยเรามี “วันช้างไทย” เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการยกย่องและให้เกียรติว่า “ช้าง” เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อชาติไทยแล้ว ในอดีตช้างยังเคยได้รับการยกย่องและเกียรติเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์รูปช้างเผือกในธงชาติ, ช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือแม้กระทั่งเป็นถึงสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์เลยทีเดียว เหตุใดคนไทยถึงให้ความสำคัญกับ “ช้าง” มาโดยตลอด เนื่องในวันช้างไทยปีนี้ IDG จึงขอนำเสนอเรื่องราว 6 ข้อสำคัญของช้างไทย เพื่อให้เราได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของช้างไทยกันครับ ช้างเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ไทย  เป็นสัตว์ที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศเคยใช้ธงชาติเป็น รูปช้างเผือก ชาวไทยเชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกจึงได้รับการยกย่องเสมือนเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า ช้างเป็นผู้ปกป้องเอกราชแห่งชาติไทย  ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึกไว้ว่า “ช้าง” ได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องเอกราชและความเป็นชาติให้แก่ชาวไทยหลายยุคหลายสมัย ในสมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก็ทรงรวบรวมชายไทยให้เป็นปึกแผ่นและมั่นคงบนหลังช้างทรงพระที่นั่ง และในสมัยพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ได้ทรงประกาศเอกราชและความเป็นชาติ ช้างในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ  เมื่อแรกเริ่มการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์นั้น “ช้าง” คือพาหนะสำคัญที่อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกต มาสถิตย์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากนี้ในงานพระราชพิธีต่างๆ อาทิ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา, งานพระราชพิธีฉัตรมงคล จะต้องนำช้างเผือกแต่งเครื่องคชาภรณ์ ไปยืนที่แท่นเกยช้างด้านตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพระเกียรติยศ ช้างสร้างความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศ  ในสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสสิงคโปร์ และเบตาเวีย (จาการ์ตา) ประเทศอินโดนีเซีย ได้พระราชทานช้างสำริดให้แก่ทั้ง 2 ประเทศนี้ เพื่อสร้างสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศไทย ช้างใช้เป็นพาหนะในการคมนาคม  ในยุคสมัยที่การคมนาคมยังไม่เจริญเทียบเท่ากับในปัจจุบัน มนุษย์ยังไม่ได้มีการพัฒนาเครื่องจักรต่างๆ สำหรับนำมาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงเพื่อการขนส่งของ ช้างจึงเป็นพาหนะที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับมนุษย์ เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ มีความเฉลียวฉลาด และมีพละกำลังมหาศาล ช้างจึงสามารถขนส่งสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในปริมาณมากได้เป็นอย่างดี ช้างในอุตสาหกรรมทำไม้  การใช้ช้างทำไม้ในประเทศไทยนั้น เริ่มตั้งแต่การล้มไม้, การทอนไม้ซุง, การขนส่งไม้ ไปจนถึงโรงงานหรือตลาดการค้า ซึ่งในแง่ของการอนุรักษ์ป่าไม้ และระบบการจัดการป่าไม้ในประเทศไทย การใช้ช้างชักลากไม้นับว่าเหมาะสมมาก เพราะช้างสามารถเดินไปได้โดยไม่ทำลายกล้าไม้ต้นเล็กๆ ไม่ทำให้ดินแน่น ไม่ต้องตัดถนนหนทางให้มากเส้น นอกจากนี้ช้างยังขึ้นเขาได้ดี และมีอายุการใช้งานนานถึง 50 ปี อีกด้วย

5 สิ่งมหัศจรรย์ของช้าง

ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เราจึงมีความคุ้นเคยกับช้างเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีสิ่งพิเศษเกี่ยวกับช้างที่เราอาจจะยังไม่รู้ 1.  ช้างจะกินวันละ 12-18 ชั่วโมง จากการสำรวจของ National Geographic ช้างสามารถกินอาหารได้มากถึง 150 กิโลกรัมต่อวัน ถือเป็นปริมาณที่เยอะมากสำหรับสัตว์กินพืช อาหารของช้างส่วนใหญ่ประกอบด้วย หญ้า ผลไม้ ผัก และ พุ่มไม้ 2.  ช้างสามารถสร้างเกราะป้องกันแสงแดดได้ ช้างมักถูกมองว่า ชอบเล่นโคลน และ ชอบคลุกฝุ่น ในวันที่อากาศร้อน ชั้นของฝุ่นที่ปกคลุมผิวช่วยปกป้องช้างจากการถูกแสงแดดทำลาย ช้างแอฟริกาและเอเชียอาศัยอยู่ในสภาวะที่อุณหภูมิและรังสียูวีรุนแรง วิธีในการปกป้องผิวของพวกเขาจะช่วยให้พวกเขาเย็นลงเมื่ออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นและช่วยปกป้องจากพวกปรสิต แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับช้างในปางช้างที่พฤติกรรมนี้มักถูกขัดขวาง 3. ช้างสามารถจำภาพสะท้อนตัวเองได้ การจำตนเองได้ในภาพสะท้อนนั้นหายากมากในบรรดาสัตว์ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าช้างสามารถจดจำตนเองได้ในกระจก แม้แต่เด็กเล็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็ยังไม่มีทักษะนี้จนกระทั่งอายุเกือบสองปี 4. ช้างถนัดทั้งงาซ้ายและงาขวา ช้างใช้งาเป็นเครื่องมือในการช่วยเก็บสะสมอาหาร เช่นเปลือกไม้ ช้างสามารถใช้งาได้ทั้งสองข้าง แต่ก็จะมีข้างที่ชอบมากกว่า คล้ายกับมนุษย์ที่สามารถใช้มือได้ทั้งสองข้าง แต่จะมีข้างที่ถนัดกว่า 5. ช้างมีความสามารถในการแสดงความเห็นอกเห็นใจ  ช้างมีความสามารถในการจับอารมณ์ความรู้สึกและสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกับสมาชิกในฝูก หรือ คนใกล้ชิด พวกเขาสามารถจำบุคคลที่เคยพบ แต่ไม่เห็นกันเป็นปีได้ ฝูงช้างยังสามารถแสดงความโศกเศร้าถึงการจากไปของสมาชิกฝูงได้อีกด้วย

ช้างคู่พระบารมี ร.9

ช้างคู่พระบารมี เป็นสัตว์ที่ช่วยเสริมบารมีให้แก่พระมหากษัตริย์ตามความเชื่อทางพระพุทธศาสานา เป็นผู้ปกป้องเอกราชเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและกษัตริย์ในหลายยุคสมัย และถูกใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ รวมถึงเป็นยานพาหนะในสมัยก่อนที่ทรงพละกำลังและเฉลียวฉลาด จึงถือว่า ช้าง เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย มานานตั้งแต่จำความได้ โดยช้างที่จะมาเป็นช้างคู่บารมีได้ จะต้องมีงา ขนรอบตัว ขนที่หาง เล็บ เพดานปาก ผิว และอัณฑโกศ เป็นสีขาว จึงจะเป็นช้างมงคลสมพระเกียรติ หรือที่เรียกกันว่า ช้างเผือก ซึ่งมีการแบ่งช้างเผือกเป็น 3 ชั้น คือ ช้างเผือกเอก ช้างเผือกโท และช้างเผือกตรี ส่วนช้างเผือกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้น มีช้างเผือกทั้งสิ้น 10 เชือก ดังนี้ 1. พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ชื่อเดิมคือ พลายแก้ว เป็นช้างพลายโท 2. พระเศวตวรรัตรกรีฯ เป็นช้างพลายเผือกลูกบ้าน 3. พระเศวตสุรคชาธารฯ ชื่อเดิมคือ เป็นช้างพลายเผือก ที่พลัดหลงมา 4. พระเศวตศุทธวิลาศฯ ชื่อเดิมคือ พลายบุญรอด เป็นช้างพลายเผือก (สีดอ) 5. พระเศวตภาสุรคเชนทร์ฯ ชื่อเดิมคือ ภาศรี เป็นช้างพลายลูกเถื่อน 6. พระศรีเศวตศุภลักษณ์ฯ ชื่อเดิมคือ เจ้าแต๋น เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน 7. พระวิมลรัตนกิริณีฯ ชื่อเดิมคือ ขจร เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน 8. พระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ ชื่อเดิมคือ จิตรา เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน 9. พระเทพวัชรกิริณีฯ ชื่อเดิมคือ ขวัญตา เป็นช้างพังเผือกลูกเถื่อน 10. พระบรมนขทัศฯ ชื่อเดิมคือ ดาวรุ่ง เป็นช้างพลายเผือกลูกเถื่อน Subscribe to our newsletter Sign up for our mailing list to get latest updates and offers. Quick Links หน้าหลัก สายพันธุ์ช้าง สปีชี่ย์ช้าง วันช้างไทย ช้างคู่พระบารมี รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับ ติดต่อ Address 44 New Design Street, Melbourne 005 +1 (123) 456-7890-321 [email protected] (66) 820 854 633 Follow Us

วันช้างไทย

วันช้างไทย ริเริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริ์ Subscribe to our newsletter Sign up for our mailing list to get latest updates and offers. Quick Links หน้าหลัก สายพันธุ์ช้าง สปีชี่ย์ช้าง วันช้างไทย ช้างคู่พระบารมี รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับ ติดต่อ Address 44 New Design Street, Melbourne 005 +1 (123) 456-7890-321 [email protected] (66) 820 854 633 Follow Us

ช้างมีกี่สปีชีส์

แต่ถ้าจัดแบ่งตามสปีชีส์ (Species) ช้างจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 สปีชีส์ คือ1. ช้างแอฟริกา Loxodonta africana เป็นช้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อาศัยอยู่ตามที่โล่ง และป่าทั่วไปในแอฟริกา2. ช้างป่าแอฟริกา Loxodonta cyclotis เป็นช้างที่มีขนาดรองลงมา อาศัยอยู่แถบใจกลางทวีปแอฟริกา3. ช้างเอเชีย Elephas maximus มีขนาดเล็กที่สุด พบมากในอินเดีย พม่า ไทย และลาว ช้างเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยมีมนุษย์เป็นต้นตอหลัก ทั้งจากการล่าช้างเพื่อเอางาไปขาย และการบุกรุกพื้นที่ป่าทำลายแหล่งอาหารของช้าง แต่สถานการณ์ของช้างในประเทศไทยถือว่าค่อนข้างดี เพราะได้มีการอนุรักษ์อย่างจริงจังมาหลายปี ทำให้ช้างป่าตามธรรมชาติเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เกร็ดความรู้เกี่ยวกับช้าง– ช้างป่าเรียกว่า ตัว ส่วนช้างบ้านเรียกว่า เชือก– ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติของไทยและลาว (ลาวเดิมชื่ออาณาจักรล้านช้าง)– ช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก– งวงช้าง ทำหน้าที่เป็นทั้งจมูกและมือในเวลาเดียวกัน– ช้างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม– ช้างออกลูกครั้งละ 1 ตัว โดยแม่ช้างใช้เวลาตั้งท้องนาน 22 เดือน– ช้างแอฟริกามีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย และช้างเอเชียมีงาเฉพาะตัวผู้– ปัจจุบันแทบทุกประเทศได้ออกกฏหมายห้ามค้างาช้าง เพื่อช่วยลดจำนวนช้างที่ถูกฆ่าเพื่อเอางา– ปัจจุบันเหลือช้างทุกสายพันธุ์อยู่บนโลกไม่เกิน 800,000 ตัว– ช้างกินอาหารประมาณ 10% ของน้ำหนักตัว ต่อวัน Subscribe to our newsletter Sign up for our mailing list to get latest updates and offers. Quick Links หน้าหลัก สายพันธุ์ช้าง สปีชี่ย์ช้าง วันช้างไทย ช้างคู่พระบารมี รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับ ติดต่อ Address 44 New Design Street, Melbourne 005 +1 (123) 456-7890-321 [email protected] (66) 820 854 633 Follow Us

ช้างมีกี่สายพันธุ์

ช้าง (Elephant) คือ สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กินพืชเป็นอาหาร และชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือที่เรียกกันว่า โขลง ปัจจุบันจำนวนประชากรช้างทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว (ยกเว้นบางประเทศที่มีการอนุรักษ์อย่างจริงจัง) อันเนื่องมาจากการล่าช้างเพื่อเอางา ซึ่งมีราคาสูง อีกทั้งพืชที่ป่าที่ลดลง ทำให้แหล่งอาหารของช้างลดลงไปด้วย ดังนั้นจึงเกิดกระแสการอนุรักษ์ช้างขึ้นทั่วโลก รวมถึงการออกกฏหมายระหว่างประเทศในเรื่องการห้ามค้างาช้างอีกด้วย ช้างมีกี่สายพันธุ์ถ้าจัดแบ่งตามสายพันธุ์ ช้างในโลกเราจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ 1. ช้างแอฟริกา (African elephant)ช้างแอฟริกาเป็นช้างที่มีขนาดใหญ่กว่าช้างเอเชีย มีหูขนาดใหญ่ ตัวผู้มีขนาดลำตัวสูง 3.5 – 4 เมตร หนัก 5-6 ตัน ส่วนตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า คือสูงประมาณ 3 เมตร และหนัก 3.4 – 4.5 ตัน สามารถพบได้ทั่วไปแทบทุกส่วนของทวีปแอฟริกา ช้างแอฟริกามีงาทั้งตัวผู้และตัวเมีย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ช้างแอฟริกาเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคไพลสโตซีน (2,588,000 – 11,700 ปีมาแล้ว) ปัจจุบันมีช้างแอฟริกาเหลืออยู่ไม่เกิน 700,000 ตัว 2. ช้างเอเชีย (Asian elephant)ช้างเอเชีย จะมีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา มีลักษณะลำตัวอ้วนกลม หัวกลมใหญ่ และมีนิสัยดุร้ายน้อยกว่าช้างแอฟริกา (ยกเว้นกรณีตกมันหรือบาดเจ็บ) ช้างเอเชียตัวผู้และตัวเมียจะมีขนาดไม่ต่างกันมาก ความสูงอยู่ในช่วง 2-4 เมตร และหนัก 3-5 ตัน ช้างตัวผู้เราจะมีชื่อเรียกเฉพาะว่าช้างพลาย หรือ ช้างงา ส่วนตัวผู้ที่ไม่มีงาจะเรียกว่าช้างสีดอ และตัวเมียจะเรียกว่า ช้างพัง โดยที่ช้างพังอาวุโสจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม หรือจ่าโขลง ปัจจุบันเหลือช้างเอเชียเหลืออยู่ในธรรมชาติราว 60,000 ตัว Subscribe to our newsletter Sign up for our mailing list to get latest updates and offers. Quick Links หน้าหลัก สายพันธุ์ช้าง สปีชี่ย์ช้าง วันช้างไทย ช้างคู่พระบารมี รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับ ติดต่อ Address 44 New Design Street, Melbourne 005 +1 (123) 456-7890-321 [email protected] (66) 820 854 633 Follow Us